Tag Archive: รถ


หลาย ๆ ท่านคงอาจจะคุ้นเคยหรือได้ยินคำว่า รถบ้านมือสอง ซึ่งฟังดูแล้วบางคนอาจจะมองว่า รถมือสอง ไม่น่าซื้อเลยใช่ไหมครับ ดูแล้วเหมือนเป็นของที่ผ่านการใช้งานมานานแล้ว หรืออาจจะมองว่าเป็นของเก่าที่เขาไม่เอาที่มันใกล้จะพังแล้วก็มีบ้างต่างๆนานา

ถ้าหากว่ามองเล่นๆนั้น ใครกันบ้างละครับที่ต้องการซื้อรถบ้านมือสองใครๆก็อยากได้มือหนึ่งกันทั้งนั้น แต่รถบ้านมือสองก็มีข้อดีอยู่บ้างเพราะอันที่จริงแล้วรถบ้านมือสองก็มีมนต์เสน่ห์เช่นกัน คำว่ารถบ้านมือสองนั้นคือมีการผ่านการซื้อขายเปลี่ยนมือจากมือหนึ่งไปอีกมือหนึ่ง นั้นเอง อันที่จริงแล้วรถบ้านมือสองก็น่าซื้อถ้าเปรียบเทียบกับรถมือหนึ่งที่มีราคาแพงๆ มาดูข้อดีอีกอย่างของรถบ้านมือสอง คือ คุณนั้นจะสามารถรับรถได้อย่างรวดเร็ว ราคาถูกกว่ารถมือหนึ่ง และไม่ยุ่งยากเรื่องการเตรียมเอกสารไม่ต้องมารอรับรถซื้อปุ๊บได้ปั๊บเลย และบางครั้งคุณอาจจะได้รถรุ่นเดียวกับรถที่กำลังนิยมอยู่ก็เป็นได้ แต่ราคาของรถจะไม่ตกเกินไป ถ้าเกิดคุณอยากจะขายต่ออีกครั้งราคาก็ยังดีอยู่ หรือถ้าคุณชอบรถรุ่นเก่าที่ไม่มีการผลิตเพิ่มขึ้นแล้ว คุณก็สามารถหาดูหาซื้อได้จากรถมือสองราคาก็ไม่แพงมาก แต่รถบ้านมือสองก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือ คุณอาจจะไม่ได้ทราบประวัติที่แท้จริงของรถที่เจ้าของปกปิดไว้ ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นรถที่เขาซื้อต่อคนอื่นมาอีกทีหนึ่ง หรืออาจเป็นรถที่เคยประสบอุบัติเหตุมาอย่างโชคโชนจนได้รับความเสียหายอย่างหนักและนำมาซ่อมมาดัดแปลงจนเรามองไม่ออกเลยก็เป็นได้ และอาจไม่ได้รับการประกันภัยชั้นหนึ่งเหมือนซื้อมือหนึ่งจากศูนย์รถยนต์ และคุณอาจเลือกรุ่น ยี่ห้อ หรือสเปค ไม่ได้อย่างที่ต้องการเพราะไม่มีให้เราเลือกมากเท่าที่ควร

เป็นอย่างไรบ้างครับ คงจะได้รับทราบข้อดีข้อเสียของรถบ้านมือสองไปพอสมควรซึ่งเรื่องราวของรถบ้านมือสองนี้มีให้เล่ากันอย่างมากมาย ยังไงรถบ้านมือสองก็มีมนต์เสน่ห์ในตัวของตัวเองเช่นเดียวกับการ ถอยรถคันแรกของเราเองแต่บางคนอาจมองอย่างไร มองว่าดีก็ดี มองว่ายังไม่ดีก็มองได้ และขึ้นอยู่กับความต้องการและความจำเป็นของเราในชีวิตประจำวัน ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเงินในกระเป๋าของเราที่จะต้องจ่ายไปให้คุ้มค่าและได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะเงินทุกบาทมีค่า ยิ่งในช่วงราคาน้ำมันขาขึ้นด้วยแล้ว ต้องรัดกุมกว่าเดิม

รถกระบะมือสอง เป็นที่นิยมมากขึ้นเมื่อเทียบกับสมัยก่อน เพราะเดี่ยวนี้ รถ กระบะก็ได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาเยอะทั้งในส่วนของความแข่งแรง นั่งสบาย รูปลักษณ์ และรูปแบบที่มีให้เลือกใช้งานอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระบะสองประตู สี่ประตู หรือแค็บ รถกระบะไม่ใช่แค่ขวัญใจบริษัทห้างร้าน หรือคนต่างจังหวัด เดี่ยวนี้รถกระบะเป็นที่นิยมคนทั่วไปๆ แล้ว


ผมได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกซื้อรถกระบะมือสอง ชักสองสามรุ่นที่น่าซื้อ เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ให้ทุกคนได้เข้าใจในระดับหนึ่งซึ่งผมคิดว่ามันจะดีสำหรับคนที่กำลังมองหารถกระบะอยู่ตอนนี้ ในส่วนของรถกระบะที่น่าซื้อลำดับต้นๆ มาใช้งาน อันดับแรกคือ TOYOTO เลย เพราะติดตลาด หาอะไหล่ง่าย ซ่อมไม่แพง การออกแบบรูปลักษณ์สวยงาม เท่ห์ เครื่องยนต์เยี่ยม ช่วงล่างยอด เหมาะกับการขับเท่ห์ และบรรทุกปานกลางไม่หนักมาก อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ถือว่าประหยัด ใช้ได้ ขายต่อได้ราคาดี ถ้าท่านมีทุนสูง ซื้อได้เลยครับ รองลงมา ISUZU ยี่ห้อนี้ติดตลาด ไม่แพ้ TOYOTA หาอะไหล่ง่าย ซ่อมไม่แพง การออกแบบรูปลักษณ์สวยงาม เครื่องยนต์เยี่ยมมาก ช่วงล่างดี เหมาะกับการขับเท่ห์ และบรรทุกปานกลาง ไม่หนักมาก อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ถือว่าประหยัดมาก ขายต่อได้ราคาดีมากใช้ได้ ถ้าท่านมีทุนสูง ซื้อได้เลยครับไม่ต้องลังเล แต่หากท่านมีงบประมาณจำกัด ท่านควรเลือกยี่ห้ออื่นนะครับ เพราะถ้าเทียบกับ TOYOTA แล้ว จะแพงกว่า สองสามหมื่นเลยทีเดียว แล้วแต่ชอบนะครับ และอีกรุ่น MITSUBISHI เมื่อเป็นรถใหม่อาจจะขายไม่ดีเท่า รุ่น ยี่ห้อ ISUZU TOYOTA เพราะโฆษณา สู้เขาไม่ได้ ศูนย์บริการก็น้อยกว่า แต่เมื่อเป็นรถมือสอง ถูกกว่ามากครับ หาอะไหล่ง่าย ซ่อมไม่แพง การออกแบบรูปลักษณ์สวยงาม น่าสนใจอีกรุ่นรุ่นหนึ่ง

รถกระบะมือสองไม่ว่าจะรุ่นไหนยี่ห้ออะไร ควรซื้อมาตามความจำเป็น ในการใช้งานเหมาะกับสภาพที่เราจะนำมาใช้งานและควรดูแลรักษาเพื่อใช้งานได้อย่างนานไม่ต้องเปลืองตังซื้อหรือซ่อมบ่อยๆ

รถมือสองในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน รถยนต์  เปรียบได้กับปัจจัย 5 ที่ทุกคนอยากได้มาครอบครองเพื่ออำนวยความสะดวก หรือแม้แต่ในบางครั้งก็ซื้อรถเพื่อบ่งบอกถึงฐานะทางการเงิน ยิ่งตอนนี้รัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนซื้อรถด้วยแล้ว ทำให้หลายๆ คนเกิดกิเลส เพราะไม่กล้าปฏิเสธเงิน 100,000 บาท แต่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ รถมือสอง ก็เป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งให้คนที่ต้องการมีรถแต่มีงบประมาณน้อย

Image

รถมือสองเมื่อพูดถึงราคาก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงคำว่า ราคาถูก สภาพรถก็แล้วแต่คำพูดทีว่า ตาดีได้ตาร้ายเสีย ยิ่งเดียวนี้มักมีการย้อมแมวกันเยอะ  รถมือสองที่จอดขายตามตลาด รถยนต์ หรือรถบ้านที่เจ้าของขายเอง ซึ่งบางคันหรือแทบทุกคันที่สีของรถจะใหม่เอี่ยมเงางาม ทั้งสภาพภายในและภายนอก ดูเรียบร้อยสวยงามใกล้เคียงรถใหม่ป้ายแดง แต่หากจะซื้อรถมือสองสักคัน ควรให้ผู้ที่มีความรู้ด้านรถจริงๆ มาช่วยดูให้ก่อนตัดสินใจ เมื่อตัดสินใจเลือกรถที่ถูกใจได้แล้ว ไม่ว่าจะได้รถมาสภาพดีแค่ไหนก่อนจะเอาไปใช้งานในชีวิตประจำวันก็ควรจะขับรถเข้าอู่เพื่อตรวจสภาพอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและอย่าขับรถด้วยความประมาท

ในเมื่อเราเลือกที่จะซื้อรถมือสองก็ต้องหาความรู้ให้มากๆ ก่อนตัดสินใจที่จะซื้อรถ และอย่าลืมเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน อีกอย่างข้อนี้สำคัญมากอย่าลืมเลือกสีรถให้ถูกโฉลกไม่ต้องไปจ่ายค่าสติ๊กเกอร์อีกว่า รถคันนี้สี….?  รถจะสวยหรือไม่สวยก็อยู่ที่การดูแลเอาใจใส่

การพิจารณาหาวันไหนที่ดี และเหมาะสม หรือ วันและเวลามงคลในการออกรถ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ รถมือสอง หลักๆ ก็คือ ห้ามใช้ฤกษ์ที่เป็นวันกาลกิณีกับวันเกิดของเจ้าของรถอย่างเด็ดขาด ซึ่งมีหลักพิจารณา ดังนี้

คนเกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ฤกษ์วันศุกร์ ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

คนเกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ฤกษ์วันอาทิตย์ ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

คนเกิดวันอังคาร ห้ามใช้ฤกษ์วันจันทร์ ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

คนเกิดวันพุธ(กลางวัน) ห้ามใช้ฤกษ์วันอังคาร ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

คนเกิดวันพุธ(กลางคืน) ห้ามใช้ฤกษ์วันพฤหัสบดี ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

คนเกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ฤกษ์วันเสาร์ ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

คนเกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ฤกษ์วันพุธ(กลางคืน) ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

คนเกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ฤกษ์วันพุธ(กลางวัน) ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

เวลาที่เป็นมงคลในแต่ละวัน
เวลาที่ควรนำรถออกจากเต๊นท์ในแต่ละวันมีดังนี้

วันอาทิตย์ ควรนำรถออกเวลา 06.09-08.39 น. (ฤกษ์ดีมาก)
และอีกช่วงหนึ่งเวลา 13.39-15.09 น. (ให้โชคลาภ)

วันจันทร์ ควรนำรถออกเวลา 09.19-10.05 น. (ฤกษ์ดี)
และอีกช่วงหนึ่งเวลา 16.19-17.59 น. (ให้ลาภและมีเสน่ห์)

วันอังคาร ควรนำรถออกเวลา 11.09-12.59 น. (ฤกษ์ใช้ได้)
และอีกช่วงหนึ่งเวลา 06.39-08-29 น. (ช่วงเวลานี้พอใช้ได้)

วันพุธ ควรนำรถออกเวลา 08.49-10.59 น. (ฤกษ์ปานกลาง)
และอีกช่วงหนึ่งเวลา 13.09-15.29 น. (มีโอกาสได้ลาภ)

วันพฤหัสบดี ควรนำรถออกเวลา 10.39-11.09 น. (มีโชคลาภ)
และอีกช่วงหนึ่งเวลา 17.09-17.59 น. (ฤกษ์ปลอดภัย)

วันศุกร์ ควรนำรถออกเวลา 06.39-08.59 น. (ฤกษ์ดีมาก)
และอีกช่วงหนึ่งเวลา 13.39-14.59 น. (ให้โชคลาภ)

วันเสาร์ ตามหลักโหราศาสตร์ ถือเป็นวันดุ หรือวันแรงโบราณ ท่านว่าห้ามนำรถ
หรือยานพาหนะออกจากเต็นท์ หรือจากอู่อย่างเด็ดขาด ควรหลีกเลี่ยง

เริ่มที่1 ในการซื้อรถยนต์มือสอง ผู้ซื้อรถควรจะกำหนดงบประมาณ และ รุ่นที่ตนเองต้องการไว้ก่อน จากนั้นเมื่อได้รุ่นที่ตนเองต้องการ เต็นท์รถจะเป็นแหล่งความรู้พื้นฐานที่ดีสำหรับผู้ซื้อรถครับ สิ่งที่ผมต้องการให้ดูคือ “เครื่องยนต์” เพราะโดยพื้นฐานแล้ว ผู้ซื้อรถส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่า รถรุ่นไหน มีเครื่องยนต์รุ่นไหน ดังนั้นเวลาดูพยายามจำ เครื่องยนต์ให้ได้ก่อนครับ เพื่อที่เวลาซื้อจริงๆ จะได้ไม่โดนรถที่เปลี่ยนเครื่องยนต์มา นอกจากนั้น ก็พยายามถามราคาและจำอุปกรณ์เสริมต่างๆ ด้วยก็ดีครับ ลองเปรียบเทียบสัก 2-3 คัน คุณก็จะได้ข้อมูลตรงส่วนนี้แล้วครับ

ขั้นที่2 เริ่มหารถที่ต้องการ โดยส่วนใหญ่แล้ว ราคารถบ้านจะถูกกว่ารถเต็นท์ แต่บางคันก็ไม่ใช่ เนื่องจาก ราคารถเต็นท์ มักจะอิงจากราคากลาง บวก กำไร แต่ราคารถบ้าน มักจะตั้งตามความต้องการของผู้ขาย ดังนั้นเวลาหารถ ให้พิจารณาราคาประกอบด้วยครับ พยายามหาจากหลายๆ แหล่งเช่น จากเต็นท์รถ, หนังสือรถ, ตลาดรถ หรือรถที่ประกาศขายตามเวบไซค์ต่างๆ ถึงตรงนี้คุณจะได้รถที่เป็นตัวเลือกไว้แล้วครับ

ขั้นที่3 ไปดูรถ เวลาไปดูรถ ถ้าเป็นคุณผู้หญิงแนะนำว่าไม่ควรไปเพียงคนเดียวครับ และสถานที่ดูนั้น ควรจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยด้วยนะครับ ส่วนวิธีการดูรถแบบง่ายๆ ก็มีขั้นตอนดังนี้ครับ
1. ดูเครื่องยนต์และอุปกรณ์เสริมต่างๆ เปรียบเทียบ กับข้อมูลที่คุณมีครับ ถ้าไม่ตรงกันก็ลองถามผู้ขายดู ถ้าไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนก็ไม่ควรซื้อครับ

2. รถบางคันก็จะติดเครื่องเสียงมาใหม่ และมักจะอ้างราคาเครื่องเสียง เพื่อเพิ่มราคารถ ตรงนี้ต้องพิจารณาให้เองว่า คุ้มหรือเปล่า เช่น ติดมา 1 แสน จะมาบวก 1 แสนก็เกินไปครับ

3. ดูใต้ท้องรถ เช่น คัดซี มีการตัดต่อหรือเปล่า ยางหุ้มต่างๆ และรอยน้ำมันที่อาจจะรั่วหรือซึม ครับ ปกติ ใต้ท้องรถนี่อาจจะไม่ค่อยได้ดูกัน เพราะไม่สะดวก วิธีง่ายๆอีกอย่างคือ ดูสถานที่ที่รถจอดว่ามีรอยน้ำ หรือ น้ำมัน ที่พื้นหรือเปล่าครับ

4. ดูว่ารถเคยเกิดอุบัติเหตุมาหรือไม่ วิธีดูก็ใช้หลักง่ายๆครับ คือ “ดูที่ตะเข็บ” ครับ รถที่ออกจากโรงงานรอยตะเข็บต่างๆ จะดูเป็นระเบียบ แต่ถ้าชนมา และมีการซ่อม รอยตะเข็บจะดูไม่เรียบร้อย สามารถดูรูปประกอบได้ครับ
โดยบริเวณที่รถมักจะชนคือ
ด้านหน้า เปิดฝากระโปง หน้า แล้วดูรอยตะเข็บ ตามแนว ขอบรถด้านข้าง ตามลักษณะการชนคือ
– ชนมุม รอยตะเข็บที่มุม จะไม่เรียบร้อย
– ชนตรงๆ รอยตะเข็บที่มุมทั้ง 2 ฝั่ง จะไม่เรียบร้อย
– ชนด้านข้าง ให้ดูรอยตะเข็บด้านข้าง จะไม่เรียบร้อย
– ถ้าชนหนักจนยุบมาถึงห้องเครื่อง ให้ดูรอยตะเข็บตามรูป จะไม่เรียบร้อย
– ถ้าชนไม่แรง ให้สังเกตุกันชน จะไม่พอดีการโครงรถ เช่น มีช่องว่างเกิดขึ้น

ด้านหลัง เปิดกระโปงหลัง และเปิดผ้าคลุมขึ้น แล้วดูรอยตะเข็บที่เรียกว่า “รอยแปรงปัด”
วิธีการดูเหมือนกับด้านหน้าทุกอย่าง แต่ถ้าชนหนัก ให้ดูที่รอยแปรงปัด ครับจะไม่เป็นระเบียบ
ด้านข้าง ทั้ง 2 ฝั่ง เปิดประตูออก ให้หมด แล้วดูความเรียบร้อยของโครงสร้างครับ
โดยปกติจะดูยากครับ เพราะจะไม่มีรอยตะเข็บให้ดู ถ้าไม่แรงมาก ความเสียหายมักจะไม่ถึงตัวโครงรถ จะเสียหายเพียงประตู สำหรับความคิดของผม ถือว่า ไม่เป็นเรื่องใหญ่ครับ แต่ถ้าต้องการดูก็ลองดูรอยตะเข็บบริเวณขอบประตูและตัวบานพับครับ
หลังคา (เกิดจากการพลิกคว่ำ) เปิดประตูออกแล้วดูรอยตะเข็บ บริเวณ คานหน้ารถ เพราะปกติ ถ้ารถพลิกคว่ำแล้ว มักจะยุบบริเวณคานหน้ารถ
5. ทดลองขับ ส่วนที่ต้องดูคือ
– ลองขับแล้วปล่อยพวงมาลัยดูว่ามีการกิน ซ้าย หรือ ขวา หรือเปล่า ถ้ามีลองเข้าศูนย์ ตรวจสอบดู เพราะอาจจะเกิดการชนแล้วทำให้ศูนย์เสียได้
– ดูว่าเครื่องมีปัญหาหรือเปล่า หลัก ง่ายๆ คือ ไม่ควรสั่น , เดินเรียบ และควันที่ออก ไม่ควรดำ (สำหรับรถดีเซล) หรือ ขาว (สำหรับรถเบนซิล)
– สังเกตเกียร์ ถ้าเกียร์ Auto เวลาเปลี่ยนมีการกระตุก หรือเปล่า ส่วนเกียร์ ธรรมดา ให้ลองว่า เข้าเกียร์ยากหรือเปล่า
– สังเกตระบบปรับอากาศว่า ใช้งานได้ดีหรือเปล่า
– ระบบไฟต่างๆ เช่น ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟหน้า ไฟหลัง และไฟในห้องโดยสาร
– เบาะนั่งทุกตัว โยก หรือเปล่า
– เข็มขัดนิรภัย ยังใช้ได้หรือเปล่า โดยการดึงแรงๆ ถ้าดึงแล้วติด ถือว่าใช้ได้

ขั้น4 สุดท้าย จ่ายเงิน โอนรถ ไม่ควรใช้วิธีโอนลอย คือ จ่ายเงิน แล้วก็จบ ไม่ไปโอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ สละเวลาเพียงครึ่งวัน หรือให้บริษัทที่รับโอนแทน จัดการ เพื่อความถูกต้องและไม่เกิดปัญหาทีหลังครับ