Category: ความรู้เรื่องรถ


การซื้อขายรถกันเองปัจจุบันนี้ก็เริ่มมีมากขึ้นโดยที่เราจะขายรถที่ใช้แล้วของเราให้กับคนที่สนใจจะซื้อโดยที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนคนกลางหรือว่าขายให้กับเต็นท์รถมันเป็นการขายรถบ้านเจ้าของขายเอง แล้วที่นี่มันมักมีคำถามว่าซื้อขายรถกันเองแล้วเราจะจัดไฟแนนซ์รถยังไงวันนี้จึงนำบทความนี้มาฝากกันว่ามันง่ายนิดเดียวไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ เมื่อเราเป็นคนขายเราเจอกับลูกค้าที่ต้องการจัดไฟแนนซ์เพื่อใช้สินเชื่อรถช่วยซื้อขายรถให้สมบูรณ์ ผู้ขายปิดการขายรถผู้ซื้อไดรับรถยนต์เรามาดูขั้นตอนกันค่ะ

ไฟแนนซ์รถ

                ขั้นตอนของผู้ขายในการจัดไฟแนนซ์รถยนต์อันดับแรกประกาศขายรถต่อมาเมื่อมีผู้ติดต่อขอซื้อรถรับนัดกันให้มาดูสภาพรถและต่อรองราคากันอะไรเรียบร้อยแล้วต่อมาก็เป็นการอนุญาตให้ผู้ซื้อจัดไฟแนนซ์ได้รับนัดเจอกันที่ไฟแนนซ์เพื่อทำการจัดไฟแนนซ์ต่อมาเจ้าหน้าที่แจ้งผลให้ทราบเรื่องการจัดไฟแนนซ์ผู้ขายทำการส่งเล่มทะเบียนเพื่อทำการโอนรถเข้าไฟแนนซ์ที่จัดไฟแนนซ์รถและรับนัดตรวจสภาพรถเข้าไฟแนนซ์อีกทีหลังจากการโอนรถเรียบร้อยแล้ว1-3วันผู้ขายรับแคชเชียร์เช็คจากไฟแนนซ์รถรับชำระเงินดาวน์ถ้ามีนะรับแคชเชียร์เช็คจากไฟแนนซ์รถเรียบร้อยแล้วค่อยปล่อยรถให้กับผู้ซื้อแค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วสำหรับคนขายที่นี้เรามาดูคนซื้อกันมาเขาควรทำอย่างไร

ขั้นตอนแรกเขาต้องหาคันที่ต้องการซื้อเสียก่อนต่อมาเมื่อหาเจอแล้วนัดเจอกันเพื่อดูและสอบถามเกี่ยวกับรถที่เราต้องการจะซื้อต่อมาเราก็เตรียมเอกสารที่เราจะทำไฟแนนซ์รถทั้งผู้ซื้อและผู้ค้ำประกันแล้วนัดผู้ขายไปพบกันที่ไฟแนนซ์เซ็นสัญญาเช่าซื้อรถกับทางไฟแนนซ์รอฟังผลและเมื่อผลผ่านรอเรื่องทางผู้ขายในการโอนรถเข้าไฟแนนซ์เราก็เตรียมเงินดาวน์และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ต้องชำระนัดวันผู้ขายเพื่อชำระเงินดาวน์และค่าใช้จ่ายอื่นๆพร้อมแลกเปลี่ยนรถเป็นอันเสร็จ

เป็นอย่างไรบ้างค่ะขั้นตอนในการจัดไฟแนนซ์ซื้อขายรถกันเองโยที่เราไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางเราก็ทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากเลยใช่ไหมค่ะเพียงแค่เราศึกษาดีๆและทำตามขั้นตอนที่แนะนำข้างต้นแค่นี้ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ

รถยนต์มือสอง คือ รถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้วจากบุคคนหนึ่งไปยังอีกบุคคนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการอย่างแพร่หลายในประเทศและมีการทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์มือสองอย่างมากมาย เช่น การเปิด เต็นท์รถยนต์ มือสองโดยเฉพาะ และธุรกิจเกี่ยวกับเว็บไชต์ลงโฆษณาขายรถยนต์มือสอง เพราะเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็ว เหตุผลที่คนที่ต้องการชื้อรถยนต์มือสองเพราะว่ามีราคาไม่แพงมากนักเมื่อเทียบกับรถยนต์มือหนึ่งส่วนมากคนที่ใช้จะเป็นคนที่มีฐานะปานกลางเพราะมีกำลังซื้อไหว ข้อดีของรถมือสองคือประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถเลือก ยี่ห้อ รุ่น ที่มีราคาแพงได้เพราะราคาจะลดลงจากเดิม ส่วน ข้อเสีย ของรถยนต์มือสอง คือ มีการผ่านการใช้งานมาแล้วคุณภาพรถเริ่มเสื่อมลง เริ่มมีการซ่อมแซมเกิดขึ้นภาระก็จะตกอยู่ที่เราต้องเป็นคนดูแลรักษา ถ้าความต้องการรถยนต์มือสองเกิดมากขึ้นจะแสดงให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจที่แย่ลง เพราะคนไม่มีกำลังที่จะซื้อรถยนต์มือหนึ่ง   อย่างไรก็ดีถ้าเราดูแลรักษา ตรวจสภาพรถ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นประจำตามคำแนะนำ เท่านี้ก็จะทำให้การใช้งานยาวนานมากขึ้นและใช้งานได้อย่างปลอดภัย10101GD20032

สิ่งที่ผมจะแนะนำอันดับแรกในการซื้อรถมือสอง รถบ้าน คือ ท่านควรศึกษาข้อมูลให้ ดีเสียก่อนเมื่อพูดถึงการซื้อรถยนต์มือสองคนที่ซื้อส่วนมากก็อยากจะได้รถที่มีสภาพที่ดีผ่านการใช้งานมาไม่มากเท่าที่ควร อันดับแรกเลยที่ทุกคนจะนึกถึงคือรถบ้านเพราะรถบ้านส่วนมากจะผ่านการใช้งานมาไม่มาก บางคันเจ้าของก่อนจะขาย อาจจะใช้ขับไปทำงานเช้าแล้วพอตอนเย็นก็ขับกลับบ้านหรืออาจจะมากกว่านั้นก็ว่ากันไป

isusu รถบ้าน

ถ้าสุมมุติว่าคุณจะซื้อรถมือสองที่เป็นรถบ้านแล้วล้มเหลวเมื่อจะ ขายรถต่อให้คนอื่นราคาของรถก็ตกอย่างแน่นอน  อาจขาดทุนเป็นอย่างมาก เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว  ผมจึงขอแนะนำว่า ท่าน  “อย่าเพิ่ง”  ซื้อรถ  ขอให้ท่านทดลองเช่าขับสักระยะหนึ่งก่อน  สักประมาณ 15-30 วัน  แต่ว่าก่อนที่จะเช่าขับ ท่านก็ต้องศึกษาข้อมูลดูอีกเหมือนกันว่า จะขับ “สี” อะไร เต็นท์ไหนบริษัทอะไร สักนิดหนึ่งก็ดีเพราะอย่างน้อยข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์ต่อท่านบ้าง   ทุกคนมักจะคิดว่าการซื้อรถบ้านมือสองนั้นจะได้รถที่มีสภาพดีไม่มีการย้อมแมวขายเหมือนรถที่ขายอยู่ตามเต็นท์รถต่างๆ(ส่วนมากรถที่ขายตามเต็นท์นั้นก็มาจากรถบ้านทั้งนั้นและครับ) แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไปหรอกนะครับ เพราะถ้าเจ้าของรถบ้านคันนั้นเขาเป็นคนไม่ค่อยดูแลรักษารถตัวเองปล่อยปะละเลย บางครั้งก็อาจจะแย่กว่าการซื้อรถตามเต็นท์ก็เป็นได้นะครับ นอกชะจากเราจะรู้จักเจ้าของรถบ้านคันนั้นเป็นอย่างดี อาจจะเป็นญาติพี่น้อง คนข้างบ้าน หรือเพื่อนฝูงกัน อย่างนี้ก็จะดีหน่อย แต่ข้อดีของการชื้อจากเต็นท์ ก็คือ เขาจะต้องซ่อมแช่มรถที่จะนำออกมาขายให้ดีเสียก่อนเพราะถ้าไม่ซ่อมให้ดีรถก็อาจจะขายไม่ได้เลยหรือขายได้แล้วไม่นานก็พังเครื่องรวน เครื่องมีปัญหา ลูกค้าก็จะไม่มีความเชื่อมั่นไม่ไว้ใจและบอกต่อๆกันทำให้เต็นท์รถขายรถไม่ได้ยิ่งเสียหายไปกันใหญ่

ดังนั้นก่อนที่เราจะเลือกซื้อควรตรวจสภาพรถมือสองให้ดีเสียก่อนไม่ว่าจะเป็นรถบ้านหรือรถมือสองตามเต็นท์ให้ดีก่อน เพื่อที่เราจะได้รถบ้านสภาพที่ดีไม่มีปัญหาต่างๆตามมาทีหลังนะครับ

ผ่อนรถตามระยะเวลาของสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จนครบจำนวนที่ต้องชำระคืนให้กับทาง ไฟแนนซ์รถ เรียบร้อย ไม่ว่าคุณจะผ่อนตรงผ่อนดีไม่มีค้างค่างวดหรือคุณจะผ่อนไม่ค่อยดี ผ่อนแบบค้าง2งวดจ่าย1งวดตลอดก็ตาม ในเมื่อคุณชำระหนี้เงินต้นพร้อม ดอกเบี้ยไฟแนนซ์ รถครบตามที่ขอสินเชื่อกู้เงินธนาคารซื้อรถหรือนำรถรีไฟแนนซ์เพื่อ รับเงินสดเสริมสภาพคล่องตามแต่ ทางไฟแนนซ์รถจะดำเนินการทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์จากเดิมคุณเป็นผู้ครอบ ครองรถยนต์กลับมาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์

เอกสารที่ต้องยื่นต่อไฟแนนซ์รถเมื่อผ่อนสินเชื่อรถหมดแล้ว(ในกรณีติดต่อด้วยตนเอง) คือ

1 ใบคำขอโอนรถยนต์ (เซ็นต์ 2 ตำแหน่งในช่องผู้รับโอน โดยลายเซ็นต์หรือลายมือชื่อให้ตรงกับที่เซ็นต์ในสัญญาเช่าซื้อรถยนต์)
2 สำเนาบัตรประชาชน เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องลายเซ็นต์เหมือนสัญญาเช่าซื้อ (ระบุใช้โอนรถยนต์ ทะเบียน………….)
3 สำเนาทะเบียนบ้าน เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องลายเซ็นต์เหมือนสัญญาเช่าซื้อ (ระบุใช้โอนรถยนต์ ทะเบียน………….)
4 หนังสือมอบอำนาจในการโอนรถยนต์ เซ็นต์ในช่องผู้มอบอำนาจ (ทางไฟแนนซ์รถส่วนใหญ่จะนำไปกรอกรายละเอียดเอง แต่ถ้าคุณไม่สบายที่เซ็นต์ใบมอบอำนาจลอยไว้ ก็ระบุในใบมอบอำนาจในข้อที่1ว่าใช้ในการโอนรถยนต์ ทะเบียน……………….. ก็ย่อมได้) ไฟแนนซ์รถบางแห่งอาจจะให้คุณเป็นผู้รับมอบอำนาจจากไฟแนนซ์

โดยส่วนใหญ่แล้ว ทางไฟแนนซ์รถจะมีเอกสารใบคำขอโอนและใบมอบอำนาจให้อยู่แล้ว(ถูกเรียกเก็บเป็น ค่าธรรมเนียมหรือค่าเอกสาร) ให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชนกับสำเนาทะเบียนบ้านก็พอ ทางไฟแนนซ์รถอาจจะส่งเอกสารทางไปรษณีย์มาให้คุณตามที่อยู่จัดส่งเอกสารใน กรณีที่คุณไม่สะดวกเดินทางมาติดต่อยังไฟแนนซ์รถหรือถ้าคุณสะดวกในการติดต่อ ไฟแนนซ์รถแนะนำว่าติดต่อโดยน่าจะดีกว่าเพื่อความรวดเร็วและเอกสารไม่ตกหล่น ทางไปรษณีย์ เมื่อผ่อนรถหมดแล้วอีกหนึ่งสิ่งที่คุณจะต้องชำระให้กับทางไฟแนนซ์รถคือค่า ดำเนินการทางทะเบียนรถ(ค่าโอนรถยนต์)ในแต่ละไฟแนนซ์รถเรียกเก็บค่าโอนไม่ เท่ากันแต่จะอยู่ในช่วง1,000 ถึง 3,000บาท โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงพันกว่าบาท ซึ่งแนะนำว่าให้ทางไฟแนนซ์รถโอนให้สะดวกสบายกว่าที่จะทำเรื่องมัดจำเล่ม ทะเบียนออกมาโอนเองยอมจ่ายค่าโอนให้ไฟแนนซ์โอนให้ดีกว่าถ้าไม่มีเวลาไปโอน เองที่กรมขนส่งทางบกเพราะว่าจะต้องใช้เวลาในการโอนประมาณครึ่งวันหรือ1วัน เต็ม ถ้าทางไฟแนนซ์รถโอนให้เสร็จเรียบร้อยก็จะเลือกรับเล่มทะเบียนรถยนต์ของคุณ ได้ด้วยกัน 2 แบบ คือ 1)จัดส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ให้ไว้ กับ 2)ติดต่อรับเองที่ไฟแนนซ์รถ ในกรณีที่ไม่มารับเองสามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาแทนได้

ระยะเวลาในการโอนเล่มทะเบียนรถยนต์เมื่อผ่อนรถหมดแล้ว ทางไฟแนนซ์รถส่วนใหญ่จะโอนกรรมสิทธิรถกลับคืนอยู่ในเวลาประมาณ 4 ถึง 7 วันทำการในกรณีที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ถ้าต่างพื้นที่ ต่างจังหวัดอาจจะต้องใช้เวลา 15 ถึง 30 วันทำการเลยก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามควรสอบถามทางเจ้าหน้าที่รับเรื่องว่าระยะเวลาในการโอนรถยนต์คัน โปรดของคุณจะใช้เวลาเท่าไรถึงจะได้รับเล่มทะเบียนรถยนต์พร้อมเป็นเจ้าของรถยนต์ตัวเต็ม

ถ้าหากพูดถึงนโยบายรถคันแรก คงจะมีคนที่มองทั้งด้านผลดีและด้านผลเสีย  ในด้านดีนั้นก็ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ  เพราะทำให้ ตลาดรถยนต์ ในประเทศไทยมีความคึกคักเป็นอย่างมาก  แต่ถ้าหากจะกล่าวถึงผลเสียผมคิดว่าน่าจะเยอะกว่าผลดีแน่ๆทั้งทำให้รถติดเพราะรถที่มากขึ้น  ทำให้มลภาวะทางอากาศมากขึ้น  และอีกหลายๆปัญหาเรามาดูกันอย่างละเอียดกันดีกว่าครับ

รถคันเเรก

หลังนโยบายรถคันแรกที่เริ่มประกาศใช้เมื่อ วันที่ 16 กันยายน 2554 เดินทางครบรอบ 1 ปี พร้อมกับการขยายตัวอย่างมากของตลาดรถยนต์เมืองไทย ซึ่งตามตัวเลขผู้ซื้อรถนั้นส่วนใหญ่จะซื้อแบบเงินผ่อน ใช้บริการผ่านไฟแนนซ์หรือลิสซิ่ง จากนโยบายรถคันแรกที่ผู้ซื้อได้สิทธิ์คืนเงินภาษีสรรพามิตสูงถึงคันละ 100,000 บาท ทำให้คนหนุ่มสาวหรือวัยเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ ๆ รวมไปถึงกลุ่มคนที่กำลังเก็บเงินเพื่อซื้อรถ รีบตัดสินใจออกรถให้ทันกับการใช้นโยบายนี้ แม้ในทางบวกอาจมองว่า “ไฟแนนซ์” จะเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ได้รับอานิสงส์เติบโตอย่างก้าวกระโดดตามไปด้วย แต่ในทางกลับกันก็เจอปัญหาลูกค้าหยุดส่งค่างวดรถ เนื่องจากเร่งซื้อรถยนต์เร็วเกินไปทั้งที่ตัวเองยังไม่พร้อม ขณะที่ข้อมูลทั่วไปจากบริษัทไฟแนนซ์ต่าง ๆ พบว่า ช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา หลังมีโครงการรถคันแรกลูกค้ากลุ่มที่ขอใช้สิทธิรับคืนภาษีเริ่มผิดนัดชำระ ค่างวดแล้ว จากการสอบถามข้อมูลจากลูกค้ามี 2 สาเหตุ หลักๆ คือ มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการผ่อนชำระค่างวด และ ซื้อรถตามเงื่อนไขของโครงการมาแล้วไม่พอใจในสินค้า

 

ทั้ง 2 สาเหตุสำคัญทำให้ลูกค้าไม่ผ่อนชำระค่ารถหรือยอมให้ยึดรถ ส่วนใหญ่เป็นผลพวงมาจากโครงการรถคันแรก ลูกค้าผ่อนชำระไม่ไหวเพราะรีบตัดสินใจซื้อเพื่อให้ทันใช้สิทธิ์ โดยไม่ประเมินศักยภาพของตัวเอง ในการผ่อนชำระ กลุ่มนี้เมื่ออดทนผ่อนชำระมาได้ระยะหนึ่ง เมื่อไม่มีศักยภาพก็เริ่มกู้หนี้ยืมสินมาผ่อนชำระ และถึงที่สุดก็รับภาระต่อไปไม่ไหวส่วนลูกค้าอีกกลุ่ม จริง ๆ แล้วเจตนาเดิมต้องการซื้อรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ หรือรถครอบครัวเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่เมื่อมีโครงการรถคันแรกออกมา โดยกำหนดเงื่อนไขเป็นรถที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ซีซี. ทำให้ลูกค้าบางคนตัดสินใจซื้อรถยนต์ขนาดเล็ก เพราะต้องการใช้สิทธิ์เหมือนกัน เมื่อใช้งานไปได้สักระยะเกิดความไม่พอใจ หรือไม่สนองตอบการใช้งานที่ต้องการแท้จริง จะขายต่อเป็นรถมือสองก็ทำไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขต้องครอบครองรถ 5 ปี จึงยุติการผ่อนชำระค่างวด