ทุกคนเคยสงสัยไหมครับว่าเวลาเราพยายามจะพิสูจณ์ว่ารถคันนั้นๆเคยชนมาหรือไม่ต้องเดินวนรอบๆรถแล้วใช้มือเคาะไปตามส่วนต่างๆของรถไม่ว่าจะเป็น รถกระบะ หรือชนิดไหนก็ตาม  วิธีนี้ใช้เพื่อฟังเสียงว่าสีที่พ่นอยู่บนตัวถังนั้นมีความหนาหรือบาง  แต่วิธีนั้นไม่สามารถใช้กับรถรุ่นใหม่ๆได้เพราะอะไรนั้นผมขอเท้าความไปถึงเรื่องวัสดุของโครงสร้างรถสมัยก่อนจะเป็นเหล็กมีความแข็งมีน้ำหนัก หากเกิดอุบัติเหตุช่างก็จะใช้ไฟเป่าให้เหล็กอ่อน  ใช้ค้อนทุบให้เข้ารูป แล้วใช้สีโป๊วเก็บรอบ และทำสีทับอีกที เพราะฉะนั้นรถที่เคยชนมาแน่นอนว่าสีจะหนากว่าเมื่อเคาะฟังเสียงดู จะทำให้เสียงที่ออกมาต่างจากรถที่ไม่เคยชนมาก่อน

เมื่อวันเวลาผ่านไปค่ายรถยี่ห้อต่างก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้อลูมิเนียมทำตัวถังรถเพราะมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าเหล็กหลายอย่างเช่น

มีน้ำหนักที่เบากว่า  มีความนิ่มกว่า  เมื่อเกิดอุบัติเหตุตัวถึงจะบุบบู้บี้ เพราะรับแรงทั้งหมดแทนคน  ทำให้คนที่นั่งอยู่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส  แต่อลูมิเนียมไม่เหมือนเหล็กตตรงที่ไม่สามารถใช้ไฟเป่าแล้วเคาะพ่นสีได้ต้องเปลี่ยนอย่างเดียวโดนการถอดออกมาเป็นชิ้นๆเพราะฉะนั้นแล้วเวลาดูว่าเคยชนหรือไม่ ต้องดูที่รอยต่อ น็อต ตะเข็บว่ามีรอยถอดหรือไม่ แต่บางที่ถอดก็สามารถพ่นทับได้ ถ้าหากเป็นแบบนี้เราก็ต้องดูที่เม็ดสีที่พ่นว่าเหมือนสีที่ออกจากโรงงานหรือไม่

 

แต่ถ้าหากไม่อยากยุ่งยาก  เราก็สามารถหศูนย์รวมรถมือสองที่ได้คุณภาพและมีการรับรองจากหน่วยงานต่างๆ  เพื่อความสะดวกสบายของเราครับผม