เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 16 มีนาคม พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค พงส.(สบ.3)สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่ามีคนคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนจ่อปากตัวเองที่ กลางตลาดนัด เจ-เจ ถ.แสงชูโต ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจ สอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.พีระพจน์ ระหว่างบ้าน รอง ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.ท.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.ภัทรชัย กอสนาน รอง ผกก.ป.สภ.เมืองกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งเข้าควบคุมพื้นที่

  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุอยู่กลางตลาดนัด เจ-เจ พบชายวัยกลางคนกำลังคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนสั้นจี้ศรีษะตัวเอง สลับกับปากและลำคอ สร้างความหวาดเสียวให้กับพ่อค้าแม่ค้า และนักท่องเที่ยวที่ไปจับจ่ายใช้สอยตามตลาดนัดกว่า 1,000 คน รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อีกเป็นจำนวนมาก สำหรับที่เกิดเหตุนั้นเป็นร้านขายขนมปัง และนมปั่น ก่อสร้างเป็นร้านขายของตามตลาดนัดมีขนาดกว้างประมาณ 3 คูณ 3 เมตรหลังคามุงสังกะสี ทราบชื่อเจ้าของร้านดังกล่าว คือ นายวรรชนะ หรือโรส คงสมจิตต์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/11 ซ.โรงหีบอ้อย ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น.ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเกลี้ยกล่อมอยู่นั้น นายวรรชนะ ได้ยิงอาวุธปืนขึ้นฟ้าจำนวน 2 นัด ก่อนที่นายวรรชนะ จะตัดสินใจใช้อาวุธปืน ยิงเข้าที่บริเวณฝ่ามือด้านซ้ายของตัวเองจนเลือดไหลทะลักออกมา สร้างความหวาดเสียวให้กับบรรดาไทยมุงเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นได้มีบรรดาเพื่อนๆของนายวรรชนะ ที่สนิทสนมกันได้มาทำการเกลี้ยกล่อมอยู่นานเกือบ 1 ชั่วโมง ซึ่งสติของนายวรรชนะ ขณะนั้นเหมือนคนคลุ้มคลั่งอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังจำหน้าเพื่อนฝูงทุกคนได้ดี

 ขณะที่นายวรรชนะ ได้พูดตะโกนอยู่ตลอดเวลาว่า กูรักเมียกู แต่เมียกูมันไม่รักกู ทั้งๆที่กูพยายามทำดีที่สุดเพื่อให้ชีวิตครอบครัวของกูดีขึ้น รวมทั้งลูกสาวของกูด้วย กูเพิ่งอายุ 32 ปี กูยังมีอนาคตที่ดี แต่เมียกูก็ไม่ยอมกลับมาคืนดีด้วย และ ยังตะโกนตัดพ้อว่า กูโดนโกงเงินค่าแทงบอล เป็นเงินจำนวน 250,000 บาท และ 300,000 บาท แต่มันไม่ยอมเอาเงินมาจ่ายกู

  ซึ่งขณะที่นายวรรชนะ กำลังตะโกนพูดอยู่นั้นได้ยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นระยะๆ รวม 3 นัด จากนั้นได้ใช้ปลายกระบอกปืนเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ซึ่งบางครั้งก็ใช้ปืนจ่อไปที่ศรีษะตัวเองบ้าง จ่อเข้าไปที่ปากตัวเองบ้างทำให้บรรดาเพื่อนของนายวรรชนะ ต่างตะโกนห้ามออกไปเป็นระยะ ซึ่งบางครั้งเพื่อนยังได้ส่งเหล้าให้ดื่ม ซึ่งนายวรรชนะ ได้กระดกดื่มเข้าไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งภายในเหล้านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใส่ยานอนหลับเข้าไปด้วย แต่ว่าฤทธิ์ยาที่ใส่เข้าไปก็ยังไม่ออกฤทธิ์

  ต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น.มีน.ส.ฝน ภรรยานายวรรชนะ เดินเข้ามาเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธปืน แต่ก็ยังไม่ยอมใจอ่อน ทั้งๆที่ลูกสาวอายุประมาณ 10 กว่าปี นั่งร้องให้ด้วยความตกใจ แต่นายวรรชนะ ยังตะโกนบ่นน้อยใจและใช้อาวุธปืนแกว่งไปมาอยู่ตลอดเวลา จากนั้นได้ตะโกนบอกกับเพื่อนฝูงว่าถึงเวลาที่กูจะต้องไปแล้วมันหมดเวลาของกู แล้ว กูไม่ต้องการยิงใคร แต่กูจะยิงตัวเอง กูจะนับถึง 10 แล้วกูก็จะยิงตัวตายแล้ว

  ขณะที่นายวรรชนะ กำลังนับถึง 2 ซึ่ง พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ยืนดูอยู่นั้น พล.ต.ต.เรวัช ได้เดินไปที่รถยนต์อย่างรวดเร็วพร้อมกับสั่งให้ลูกน้องเดินตามไปด้วย แต่นายโรส เมื่อนับไปถึง 8 ก็ได้หยุดนับ และขอเหล้าจากเพื่อนเพื่อดื่มย้อมใจอีกครั้ง

  เวลาประมาณ 23.30 น.นายวรรชนะ ได้ขอบุหรี่จากเพื่อนเพื่อมาสูบ ขณะนั้นเองมือขวาที่นายวรรชนะ ถืออาวุธปืนอยู่นั้น ได้ลดปากกระบอกปืนลงสู่พื้นทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ที่กำลังแอบซุ่มอยู่ด้าน หลังแบบเงียบๆ ก็ได้กระโดดเข้าชาร์จตัวนายวรรชนะ เอาไว้ได้ในที่สุด

 หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนายวรรชนะ เอาไว้ได้ พร้อมทั้งนำตัวขึ้นรถยนต์ของมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ไปส่งที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เพื่อทำการรักษา และสงบสติอารมณ์ในที่สุด

 พล. ต.ต.เรวัช กล่าวว่า อาวุธปืนที่นายวรรชนะ ใช้ก่อเหตุนั้นเป็นอาวุธปืนสั้นรีวอลเวอร์ ขนาด .32 ยี่ห้อสมิต ซึ่งจากการสอบถามเพื่อนของนายวรรชนะ ไม่มีใครทราบว่าไปเอาอาวุธปืนมาจากไหน และนายวรรชนะ เคยก่อเหตุด้วยการกินยาฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนและสอบสวนต่อไป