อดีตเจ้าอาวาสวัดดังกลางเมืองขอนแก่น ติดพนันบอล หวยหุ้น กู้เงินพระ ฉกเงินวัด รถเข้าไฟแนนซ์ ร่วม 8 ล้าน เจ้าคณะภาค9 เผยสึกก็หนีกฏหมายไม่พ้น

หลังมีข่าวลือในเมืองขอนแก่น ถึงการหายตัวไปของเจ้าอาวาสวัดและเจ้าคณะจังหวัด (พระราชวรานุวัตร ปกรณ์ สารภี) อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์(พระอารามหลวง) เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น (ธรรมยุต) ตั้งอยู่เลขที่ 681 ถ.ศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ) สาเหตุการหายตัวไป เนื่องจากเงินภายในวัด หายไปหลายล้านบาท

(19 พ.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น.ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจข้อเท็จจริงภายในวัดดังกล่าว เมื่อไปถึงพบพระ 2 รูป อยู่ที่อาคารสถานีวิทยุเพื่อเผยแพร่พุทธศาสนา (สถานีวิทยุเพื่อเผยแพร่พุทธศาสนาวัดศรัจันทร์ F.M 98.25 Mhz.) จากการสอบถามพระ 2 รูปให้การปฏิเสธว่า ไม่มีเรื่องเงิน หรือเรื่องขัดแย้งภายในวัด ส่วนเจ้าอาวาสก็ลาสิขาบทไปตั้งแต่ต้นเดือน มาจากเรื่องของสุขภาพ

ต่อมาเวลา 15.00 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ วัดป่าแสงอรุณ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เข้าพบ พระธรรมดิลก อายุ 64 ปี เจ้าคณะภาค 9 และเจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และได้เปิดเผยถึงรายละเอียดทั้งหมดว่า ช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมามีเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล หลายแห่ง ร้องเรียนเรื่องเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ยืมเงินรายละ 1-3 แสนบาท แล้วไม่ใช้คืน ส่วนเหตุผลที่อ้างในการยืมเงินคือ นำไปใช้หนี้การพนันฟุตบอล หวยหุ้น รวมแล้วประมาณ 3 ล้านบาท ยังทราบอีกว่า รายได้ภายในวัด ซึ่งมาจากการเช่าพื้นที่ขายของจอดรถ และรายได้จากโรงเรียนการกุศล (วัดในพระพุทธศาสนาภายในวัดศรีจันทร์) รวมถึงเงินบริจาค จากผู้มีจิตรศรัทธา แต่ไม่มีการทำบัญชีรายละเอียดรายรับ รายจ่าย ในเบื้องต้นพบเงินหายไปประมาณ 5 ล้านบาท

เจ้าคณะภาค 9 กล่าวอีกว่า และยังมีพฤติกรรมที่มักจะเดินทางออกจากวัดไปไม่เป็นเวลามีทั้งกลางวัน กลางคืน จึงทำหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ให้ชี้แจงเรื่องทั้งหมด หากไม่ชี้แจง หรือเห็นว่า ไม่สมควร ให้พิจารณาตัวเอง จากนั้นก็ไม่ทราบข่าวคราวอีกเลย ทราบเพียงว่า ได้สึกจากพระแล้ว จึงให้พระในพื้นที่ต่างๆ ตรวจสอบการสึก จนทราบว่าไปสึกที่วัดแห่งหนึ่ง ในเมืองสกลนคร (วัดศรีโพนเมือง อำเภอเมืองสกลนคร) เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2552 ก็คือหลังจากรับหนังสือให้ชี้แจง เพียงวันเดียว จึงได้ขอหนังสือรับรองการสึกจากเจ้าอาวาสวัดที่สกลนคร และได้แต่งตั้งพระพิศาลสารคุณ (ปรีชา สุปญฺโญ) รักษาการเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวแทน และตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยให้ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด และพระในวัดเป็นกรรมการ ตรวจสอบบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายภายในวัดทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบ รถยนต์ของวัด 4 คัน คือ รถวอลโว่ รถตู้ รถกระบะ 2 คัน ทราบว่ารถ 2 คัน เป็นของทางวัด อีก 2 คัน ผู้มีจิตรศรัทธาบริจาคให้อดีตเจ้าอาวาส แต่อดีตเจ้าอาวาส ได้ทำเป็นชื่อของตัวเองครอบครองทั้ง 4 คัน และนำรถไปเข้าไฟแนนซ์เป็นเงิน 6 หมื่นบาท เงินที่ได้มาในวัดไม่ทราบเรื่อง

เจ้าคณะภาค 9 กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้รวบรวมเอกสารการเงิน พร้อมใบรับรองการสึก และรายละเอียดเกี่ยวกับการกู้เงิน ประมาณ 8,000,000 บาท ส่งไปให้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด และสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ในทางศาสนานั้น สึกแล้วก็ถือว่าได้พิจารณาความผิดในตัวเอง แต่หากการทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ก็จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีมูล ก็จะต้องแจ้งความกับตำรวจ เพื่อสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย