ช่วงอากาศร้อนๆ แบบนี้คนเราร้อนก็อาจมีวิธีคลายร้อนที่แตกต่างกันไป บ้างอาบน้ำหรือหลบไปอยู่ตามสถานที่เย็นๆ อยู่บ้านเปิดแอร์ นั่งเล่นเกมส์ออนไลน์  เกมส์ปลูกผัก ฯลฯ  ก็ไม่ว่ากัน สำหรับรถยนต์ของเรามันไปเองไม่ได้จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถ แต่ช่วงนี้อะไรประหยัดได้ก็ควรประหยัดเข้าศูนย์ครั่งหนึ่ง อย่างน้อยโดนค่าแรงไปแล้วเป็นร้อยบาท วันนี้จะมาเสริมเผื่อบางท่านอาจจะลืมๆ กันไปให้ได้เตือนสติกันก่อนสตาร์ท

 1. ฟิล์มกรองแสงกันได้แค่ไหน

วิธียอดฮิตของคนไทยอันดับหนึ่งที่จะช่วยลดความร้อนจากแสงแดด ได้คือการติดตั้งฟิล์มกรองแสง แต่ในตลาดบ้านเรามีอยู่มากมายหลายยี่ห้อ ควรมีวิธีพิจารณาเลือกติดตั้งฟิล์มกรองแสงให้คุ้มค่า อย่างแรกที่เราควรคำนึงถึง คือ คุณภาพฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพดีนั้น คุณสมบัติต่างๆ ของฟิล์ม เช่น ค่าการลดความร้อน, ค่าการลดรังสีอุลตร้าไวโอเลต, ค่าการสะท้อนแสง ซึ่งฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์คุณภาพดีนั้นพบว่าสามารถลดความร้อน จากแสงแดดได้สูงสุดเพียง 68% เท่านั้น หากมีการโฆษณาว่าสามารถลดความร้อนได้สูงกว่านี้นั้นควรเพิ่มความระมัดระวัง ส่วนขั้นตอนการติดตั้ง ต้องไปรับการติดตั้งที่ศูนย์ตัวแทน จำหน่ายและติดตั้งที่ได้รับหนังสือแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จากบริษัทผู้นำเข้าที่ยังไม่หมดอายุ เพื่อให้ได้ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพของแท้

2. ยืดอายุแอร์รถยนต์

รถยนต์สมัยใหม่แทบไม่ต้องวุ่นวายมาก เพียงดูจุดเล็กๆ สามารถยืดอายุการใช้งานได้ เช่น ไม่ปรับตำแหน่งของเทอร์โมสตรัทไปที่ Cool อยู่ตลอดเวลา จะช่วยถนอมคอมเพรสเซอร์ไม่ให้ทำงานหนักตลอดเวลา หรือไม่เปิดกระจกเมื่อเปิดแอร์ เพราะคอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก ต่อมาอาจใช้วิธีปิดการทำงานของคอมแอร์ แต่ยังเปิดพัดลมอยู่ นอกจากนี้อย่าลืมทำการล้างตู้แอร์ประมาณทุก ๆ 1 ปี หรือราว ๆ 20,000 กม. รวมถึงการเปลี่ยนวาล์วแอร์และดรายเออร์ทุก 40,000 – 50,000 กม.

3. โอเวอร์ฮีท!!…ป้องกันได้

ก่อนขับขี่ ผู้ขับขี่ควรหมั่นตรวจสอบระดับน้ำในหม้อน้ำ หากเป็นรถใหม่ควรตรวจสอบอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ควรตรวจสอบ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หมั่นเติมน้ำสะอาด และถ่ายน้ำในหม้อน้ำทิ้งทุก 4 – 6 เดือน ขณะขับขี่สามารถสังเกตอาการเครื่องยนต์ร้อนจัดได้จากเข็มวัดอุณหภูมิที่ หน้าปัด โดยปกติจะอยู่ระหว่างตัว C และ H หรือ 85 – 90 องศาเซลเซียส หากเข็มวัดอุณหภูมิเคลื่อนมาอยู่ใกล้ตัว H แสดงว่าเครื่องยนต์ร้อนจัด ให้รีบปิดแอร์เพื่อลดการทำงานของเครื่องยนต์และนำรถจอดเข้าข้างทางในบริเวณ ที่ปลอดภัยในทันที และรีบเปิดฝากระโปรงรถเพื่อระบายความร้อนออกจากห้องเครื่อง หากมีไอน้ำพุ่งขึ้นมาจากฝากระโปรงรถ ควรรอจนความร้อนของเครื่องยนต์ลดลง แล้วจึงค่อยเปิดฝากระโปรงรถ ไม่เปิดฝาหม้อน้ำในขณะที่เครื่องยนต์ร้อนจัด เพราะไอน้ำอาจพุ่งขึ้นมาจนทำให้บาดเจ็บได้ และห้ามราดน้ำที่เครื่องยนต์ เพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหาย

4. จอดตากแดดไม่ต้องกลัว

การลดความร้อนในห้องโดยสารหากจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน ภายในห้องโดยสารจะมีความร้อนสะสม วิธีลดความร้อนคือเปิดกระจกหน้าต่างฝั่งตรงข้าม1บาน(ด้านหน้า) แล้วเปิดประตูรถทั้งด้านหน้าด้านหลังและปิดทำซ้ำๆ4-5ครั้ง(ไม่ต้องแรงมาก) ในขณะที่เราเปิดประตูอากาศภายนอกจะไหลผ่านช่องหน้าต่างที่เราเปิดเอาไว้จะทำ ให้อากาศภายในห้องโดยสารถูกดึงออกไป จากผลการทดสอบสามารถลดอุณหภูมิลดลง4-5องศา หรือถ้าคุณจอดในที่ที่ปลอดภัยสามารถลดกระจกรถทุกบานลง 1-2 มม. เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

5. ล้างรถให้ถูกวิธี

เคล็ดลับวิธี?การล้างรถรักษาผิวรถให้สวยสะอาดใสไร้ริ้วรอย เริ่มจากฉีดน้ำให้แรงที่สุดเพื่อให้คราบฝุ่นขี้ดินและสิ่งสกปรกต่างๆหลุดออก จากตัวรถให้มากที่สุด ล้างด้วยน้ำเปล่าก็สะอาดเพียงพอแล้ว แต่อาจต้องใช้แรงในการขัดถูมากหน่อย ถ้าอยากให้ล้างง่ายขึ้น สะอาดใสปิ๊งก็ให้ใช้แชมพูล้างรถร่วมด้วย การล้างรถบ่อยๆทำให้สีตัวรถดูสดใสตลอด  แต่ทั้งนี้ไม่ควรล้างรถในตอนเย็นเพราะหากล้างแล้วจอดทิ้งไว้อาจทำให้เกิด สนิมในจุดที่เช็ดไม่แห้ง ไม่ควรล้างรถกลางแดดเพราะแสงแดดจะทำให้น้ำแห้งเร็วจนเช็ดไม่ทันซึ่งอาจทำให้ เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถได้

ทริค 5 ข้อนี้ ลองนำไปประยุกต์ใช้หรือปฏิบัติกันดูนะคะ ถ้าเกิดใช้แล้วได้ผลดี ก็อย่าลืมแนะนำบอกต่อๆกันด้วยจ้าา !!!