หน้าฝนเป็นอีกอุปสรรคอย่างหนึ่งของคนใช้รถใช้ถนน นอกจากฝนตกถนนลื่น ยังง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นสาเหตุของรถติดยาวเหยียดอีกด้วย ดังนั้นคนมีรถอย่างเราจึงต้องเตรียมรถยนต์ของเราให้พร้อม ก่อนออกสตาร์ทอย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง

  • เช็คผ้าเบรก – อย่างที่ทราบกันดีว่า เมื่อเกิดฝนตกถนนก็จะลื่น เบรกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราสามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัย หากรถเราเริ่มมีเสียงขณะเบรก เนื่องจากผ้าเบรกเริ่มเสื่อม หรือเริ่มรู้สึกเบรกไม่ค่อยอยู่ ควรรีบตรวจเช็กและเปลี่ยนผ้าเบรกเสีย เมื่อต้องเบรกกระทันหันจะได้สามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัย
  • เปลี่ยนใบปัดน้ำฝน – เพื่อทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ควรเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน เมื่อเห็นว่าใบปัดน้ำฝนรีดน้ำออกไม่หมด หรือปัดได้เป็นช่วง ๆ ไม่เรียบ หรือเกิดเสียงขณะปัด เนื่องจากยางปัดน้ำฝนเริ่มเสื่อมสภาพ หากต้องการยืดอายุการใช้งานของใบปัดน้ำฝน ควรฉีดน้ำล้างกระจกทุกครั้งที่ปัดน้ำฝน เพื่อให้ฝุ่น หรือโคลนที่เกาะอยู่ที่กระจกอ่อนตัวลงก่อน จะทำให้ปัดง่ายขึ้น และไม่ทำให้ใบปัดน้ำฝนเสียดสีกระจก ทำให้ยางชำรุดได้ง่าย
  • เช็คลมยาง และสภาพยาง – ควรตรวจเช็คลมยางเป็นประจำสัปดาห์ละครั้ง ระวังอย่าให้ลมยางก่อนหรือแข็งเกินไป จะทำให้ทรงตัวลำบากในหน้าฝน นอกจากนี้ หากดอกยางสึกหรอไปมากจะมีผลต่อการเกาะถนนของรถ ทำให้รถเบรกไม่ค่อยอยู่
  • วางแผนก่อนออกเดินทาง – เมื่อต้องเดินทางในช่วงฝนตก ควรเตรียมข้อมูลสำหรับการเดินทางให้พร้อม โดยเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุด และควรตรวจสอบเส้นทางจราจร หรือเส้นทางลัด เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติด เกิดน้ำท่วม หรือเกิดอุบัติเหตุ ที่สำคัญ ควรเตรียมหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน ในกรณีรถเกิดอุบัติเหตุ หรือรถเสียกลางทางไว้ด้วย
  • ขับรถอย่างระมัดระวัง – เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทางได้เลย ช่วงฝนตกอย่างนี้ไม่ควรใช้ความเร็วสูงจนเกินไป เพราะอาจเสียหลักได้ง่าย ระวังอย่างเข้าโค้งด้วยความเร็ว และอย่าแตะเบรกกระทันหัน เพราะอาจทำให้ท้ายรถปัด ไม่ควรขับเข้าใกล้รถคันหน้ามากนัก ควรเว้นระยะห่าง เผื่อระยะเบรกพอสมควร แต่หากเกิดเบรกไม่อยู่ ควรเบรกย้ำ ๆ จะทำให้รถหยุดได้ดีกว่าการเหยียบแช่ไว้

หากใครยังไม่ได้เตรียมรถให้พร้อมรับหน้าฝน รีบนำรถเข้าอู่ซ่อมรถ ตรวจเช็คสภาพรถยนต์เสียก่อน จะได้ขับขี่ปลอดภัยในทุกเส้นทาง