เมื่อวานผมดูข่าวหน้าหนังสือพิมพ์หัวสีหลายฉบับเห็นถนนศรีนครินทร์รถวิ่งอยู่ในน้ำ ถนนกลายเป็นคลองเนื่องจากฝนตกหนัก ระบบการระบายน้ำบนถนนนี้ยังไม่มี.. ฟังข่าวเห็นท่านผู้ว่ากทม. ออกมาขอโทษประชาชนที่ระบายน้ำไม่ทัน และถ้าจะวางระบบระบายน้ำบนถนนเส้นนี้ใช้ต้องใช้งบประมาณ ประมาณ 700 ล้านบาท ใช้เวลาทำหลายปี … จึงทำให้รถจอดเสียเป็นจำนวนมากมีน้องที่ทำงานส่ง E-mail มาให้ เข้ากับสถานการณ์เลยนำมาแลกเปลี่ยนกันครับถ้าจะต้องขับรถขณะน้ำท่วม แล้วไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี วันนี้เกร็ดความรู้มีมาบอกกัน…

1. ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด ในขณะขับรถลุยน้ำลึก หรือแม้จะน้ำตื้นก็ตาม เพราะ สาเหตุที่รถดับ ส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดแอร์แล้วขับลุยน้ำ เพราะว่า เมื่อเปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน ทำให้ใบพัดจะพัดให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง แล้วทำให้เครื่องดับ แต่ถ้าโชคดี หรือโชคร้าย ถ้าเครื่องไม่ดับ ใบพัดก็จะหมุน ๆ แล้วในขณะที่ลุยน้ำนั้น ก็อาจจะมีขยะต่าง ๆ เช่น กิ่งไม้ ถุงพลาสติก เศษกระดาษ เป็นต้น ขยะพวกนี้ มีโอกาสที่จะเข้ามาในห้องเครื่อง แล้วโดนใบพัดตัดจนใบพัดหัก ซึ่งถ้าใบพัดหัก แน่นอนว่า จะไม่สามารถขับรถต่อไปได้อย่างแน่นอน เพราะระบบระบายความร้อนจะมีปัญหา

2. ควรใช้เกียร์ต่ำ สำหรับเกียร์ธรรมดา ก็ใช้ประมาณเกียร์ 2 หรือสำหรับออโต้ ก็ใช้เกียร์ L ก็ได้ รวมถึงการขับขี่ที่มีความเร็วต่ำที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ และควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ อย่าหยุดอย่าเร่งความเร็วขึ้น

3. ไม่ควรเร่งเครื่องให้รอบสูง ๆ เพราะจะทำให้รถมีความร้อนสูงขึ้น เมื่อเครื่องมีความร้อนสูงขึ้น ใบพัดระบายความร้อนก็จะทำงาน และสิ่งที่จะตามมาก็เหมือนกับข้อ 1 ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเข้าท่อไอเสีย เพราะต่อให้น้ำจะท่วมท่อไอเสีย แล้วสตาร์ทรถอยู่ที่รอบเดินเบา แรงดันที่ออกมาเพียงพอที่จะดันน้ำออกมาอย่างสบาย ๆ ต่อให้จอดรถทิ้งไว้จนน้ำท่วมท่อไอเสียก็ตาม เมื่อสตาร์ทรถก็ยังติดแน่นอน สำหรับเครื่องหัวฉีด

4. ควรลดความเร็วลง เมื่อกำลังขับรถสวนกับอีกคันที่กำลังขับมา เพราะไม่งั้นจะกลายเป็นคลื่นชนคลื่น ซึ่งน้ำที่ปะทะระหว่างรถของเราและรถที่วิ่งสวนมา มันก็อาจทำให้น้ำกระเด็นไปทำอันตรายต่ออุปกรณ์ภายในได้

หลังจากลุยน้ำลึกมา สิ่งที่ควรทำต่อ คือ พยายามย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำ เพราะในช่วงแรก ๆ หลังจากการลุยน้ำลึกมา มันจะเบรกไม่อยู่ และเป็นอันตรายมาก ถ้าไม่ทำการย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก สำหรับเกียร์ธรรมดา ต้องมีการย้ำคลัชเช่นเดียวกับการย้ำเบรก เพราะหลังการลุยน้ำมา อาจมีปัญหาคลัชลื่น จึงต้องทำทั้งย้ำคลัชและย้ำเบรก และไม่ควรดับเครื่องทันที ถึงแม้ถึงจุดหมายก็ตาม เพราะอาจมีน้ำค้างอยู่ในหม้อพักของท่อไอเสีย ซึ่งควรสตาร์ทรถทิ้งไว้สักพัก ซึ่งจะสังเกตได้ว่า มีไอออกจากท่อไอเสีย ก็ไม่ต้องตกใจ ก็ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้สักพัก เพื่อให้น้ำในหม้อพักมันระเหยออกไป เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้ มันอาจจะผุได้

ถ้าต้องขับรถตอนน้ำท่วมอีก ก็นำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกัน จะได้รักษาสภาพรถไว้ใช้ได้นาน ๆ.

และเมื่อพ้นเขตน้ำท่วมแล้วอย่าลืมจอดรถแล้วดูสภาพรถด้วยนะค่ะว่ายังดีอยู่หรือเปล่า แต่อย่าพึงดับรถนะค่ะปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีก่อนแล้วค่อยดับรถ เพราะจะระบายน้ำที่เข้าไปในท่อได้ค่ะ