ใน ปี 2553 ที่จะถึงนี้ผู้ผลิตยานยนต์จะนำระบบเซ็นเซอร์สำหรับเบรคฉุกเฉิน (EBA) ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทคอนติเนนทอล ไปใช้ในยานยนต์สำหรับสังคมเมือง ระบบดังกล่าวได้ติดตั้งเป็นครั้งแรกแล้วในรถยนต์วอลโว่ รุ่น XC 60 ประโยชน์ของระบบนี้ก็คือขณะขับขี่ด้วยอัตราความเร็วปกติในเมือง ระบบเซ็นเซอร์อินฟาเรด (EBA) จะทำการส่งข้อมูลให้รถเบรคโดยอัตโนมัติ ในระยะที่เสี่ยงต่อการชนท้าย เพื่อป้องกันการชน

บริษัทคอนติเนนทอล ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก ประสบความสำเร็จในการแนะนำให้กลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ในยุโรปนำ ระบบเซ็นเซอร์สำหรับเบรคฉุกเฉิน (EBA) ไปใช้ เพื่อป้องกันการชนท้าย ระบบเซ็นเซอร์นี้จะทำหน้าที่ตรวจดูสภาพถนนที่อยู่ข้างหน้ารถ พร้อมทำงานควบคู่กับระบบเบรค เมื่อเกิดความเสี่ยงจากการชนหัวถึงท้าย (nose-to-tail) ระบบนี้จะสั่งการไปที่เบรคโดยอัตโนมัติ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถเบรคได้ทันท่วงที หรือมีการตอบสนองที่ช้าเกินไป โดยระบบนี้มีส่วนประกอบที่สำคัญสองส่วน คือ เซ็นเซอร์อินฟาเรด ที่สามารถตรวจสอบสภาพถนนที่อยู่ข้างหน้ารถ และจับสัญญาณอันตรายบนท้องถนน และระบบเบรคอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคอนติเนนทอลเป็นผู้จัดหาทั้งหมดนี้

ระบบดังกล่าวจะ ช่วยป้องกันการชน เมื่อความเร็วในการขับขี่อยู่ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สภาพการขับขี่ในเมือง ผู้ขับขี่มักมีความเสี่ยงจากการชนท้ายบ่อยครั้ง เนื่องจากผู้ขับขี่ต้องเบรค และเร่งคันเร่งอยู่ตลอด จากสถิติของตำรวจพบว่า 75% ของอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นที่ความเร็วไม่เกิน30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาที่รถเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ หรือขณะ “ขับ ๆ หยุด ๆ” ระบบเซ็นเซอร์ที่ถูกพัฒนา และผลิตโดยบริษัทคอนติเนนทอล บนพื้นฐานของ CV Sensor (Closing Velocity Sensor) สามารถลดความเสี่ยงจากการโดนชนท้าย ระบบเซ็นเซอร์จะถูกติดตั้งไว้หลังกระจกหน้าในบริเวณที่ปัดน้ำฝนสามารถทำความ สะอาดได้โดยนี้ทำงานด้วย ลำแสงเลเซอร์ 3 เส้น ที่คอยตรวจดูสภาพบนท้องถนนข้างหน้าในรัศมี 8 เมตร เซ็นเซอร์ดังกล่าวจะค้นหายานพาหนะที่จอดอยู่ หรือเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อพบสิ่งกีดขวาง หรือเมื่อรถอยู่ในระยะประชิดกับคันหน้า ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ระบบเบรคจะทำงานโดยอัตโนมัติ

ในการขับขี่ซึ่งผู้ขับขี่ทิ้งระยะห่างจากคันหน้า ด้วยความเร็ว15 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระบบนี้จะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการชนท้ายได้ และในกรณีที่การขับขี่มีอัตราเร็วขึ้น ระบบก็จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของการชนลงได้ ในขณะเดียวกันระบบนี้ยังช่วยป้องกันผู้ขับขี่ ด้วยการส่งผ่านข้อมูลไปยังหน่วยควบคุมถุงลมนิรภัย และส่งคำสั่งไปยังระบบควบคุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดร. ราฟท์ เครเมอร์ ประธานกลุ่มธุรกิจแชสซี และความปลอดภัย และหนึ่งในกรรมการบริหารของคอนติเนนทอล กล่าวว่า “การออกแบบให้เหมาะสมกับยานยนต์ทุกรุ่น และการนำไปใช้งาน สามารถเป็นไปได้ด้วยโมดุลที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของผู้ผลิตได้ การที่ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่าง ๆ นำระบบดังกล่าวไปใช้ ทำให้คอนติเนนทอลบรรลุเป้าหมาย “ความปลอดภัยสำหรับทุกคน” “ซึ่งสามารถลดปริมาณการเกิดอุบัติเหตุ และการบาดเจ็บลงได้”

กลุ่มคอนติเนนทอล คอร์ปอเรชั่น เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งมอบชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำลำดับต้นๆ ของโลก มียอดขายในปี 2551 มากกว่า 24 พันล้านยูโร หรือประมาณ 1.08 ล้านล้านบาท (1,080 พันล้านบาท) ในฐานะที่กลุ่มคอนติเนนทอล เป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญ ได้แก่ ระบบเบรก ระบบและชิ้นส่วนสำหรับระบบส่งกำลังและแชสซี หน้าปัดรถยนต์ อุปกรณ์เพิ่มความบันเทิงในรถยนต์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในยานยนต์ ยางรถยนต์และยางสังเคราะห์ เป็นต้น