ปกติแล้วการซื้อขายรถมือสองนั้น หลักๆ แล้วจะมีการซื้อขายอยู่ 2 ประเภท คือ ซื้อขายผ่านคนกลางหรือไม่ใช่โดยตรงกับผู้ใช้ เช่น รถประมูล รถเต็นท์ รถไฟแนนซ์ และอื่นๆ อีกประเภทคือการซื้อขายโดยตรงกับผู้ใช้รถ หรือ รถบ้าน ซึ่งรถบ้านตรงนี้ จะมีข้อดีก็คือ การซื้อขายจะได้คุยกับเจ้าของรถโดยตรง จะรู้ว่ารถเป็นยังไง ขับมาเป็นยังไงบ้าง ปัญหาที่เกิดขึ้น และอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ซื้อได้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงกว่า แต่ก็มีข้อเสียอยุ่เช่นกัน ก็คือจะเป็นการขายตามสภาพ รถเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น การซื้อขายไม่มีการรับประกันคุณภาพ และส่วนมากการซื้อขายแบบนี้ต้องใช้เวลานาน เหมาะกับคนไม่รีบร้อนซื้อ ไม่รีบร้อนขาย

เนื่องจากในปัจจุบัน รถบ้านก็ยังมีความต้องการอยู่ในตลาด และได้มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง คล้ายๆ กับตัวแทนซื้อขายรถเพียงแต่ว่าไม่ได้ทำจริงจัง ทำเป็นลักษณะงานเสริม ซึ่งได้ซื้อรถมาขาย และใช้ชื่อว่ารถบ้านเช่นกัน ทำให้ผู้ซื้อหลายๆ ท่านเกิดความสับสน เพราะว่ารถบ้านชนิดนี้ ผู้ขายไม่ได้เป็นผู้ใช้รถจริง ไม่ได้รู้สภาพรถ จึงทำให้ไม่ได้ประโยชน์ของการซื้อขายแบบรถบ้าน ที่หมายถึงการซื้อขายตรงกับผู้ใช้ เพื่อให้แยกกันให้ชัดเจนระหว่าง รถบ้าน กับ รถที่ซื้อขายผ่านคนกลาง จึงมีคำว่า “รถบ้านเห็นเจ้าของ” ขึ้นมา ให้คุณได้มั่นใจว่าได้ติดต่อกับรถบ้านจริงๆ ได้คุยกับเจ้าของรถจริงๆ