การซื้อขายรถมือสอง มี 2 แนวทางหลัก คือ ซื้อจากเจ้าของโดยตรง (รถบ้าน) หรือเต็นท์ (รวมถึงผู้ค้าในรูปแบบต่างๆ ด้วย) ทัศนคติของคนส่วนใหญ่มักมองเต็นท์อย่างเลวร้ายว่า หลอกย้อมแมว โกหกสภาพ และขายแพง ในความเป็นจริงต้องมีข้อดีอยู่ไม่น้อย เพราะไม่งั้นจะมีเต็นท์รถมือสองอยู่เกลื่อนเมืองได้อย่างไร ถ้ามีแต่คนรังเกียจ

นับว่ามีส่วนจริงอยู่มากสำหรับคนที่มีทัศนคติในแง่ลบต่อเต็นท์รถมือสอง เพราะเกินกว่าครึ่งมักจะปรับสภาพรถด้วยค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดในทุกด้าน ทำแบบขอไปที หรือถึงขั้นย้อมแมว เมื่อใครซื้อมาอาจต้องไล่ซ่อมเหนื่อยกันอีกหลายรอบ หรือถึงขั้นหลอกขายรถที่เคยชน หนักหรือคว่ำมาก็ยังมี

แต่เต็นท์รถไม่ใช่โจร ไม่ใช่ธุรกิจใต้ดิน ไม่ได้มีแต่เต็นท์เลวๆ เสมอไป ยังมีเต็นท์ดีอยู่บ้าง ไม่งั้นวงจรธุรกิจนี้จะดำรงอยู่ได้อย่างไร ไม่เห็นเลิกมีแต่เปิดเพิ่มกันเต็มเมือง

ผมเน้นเสมอว่า การซื้อรถยนต์มือสองให้ดูสภาพคันจริงอย่างละเอียดและเปรียบเทียบกับราคา ไม่ต้องสนใจแหล่งที่ขาย เพราะรถเต็นท์สภาพดีๆ ก็มีรถบ้านเน่าๆ ก็เยอะ คำว่ารถบ้านไม่ได้มีความขลังอะไรเลย

บทความนี้ไม่ได้เชียร์ให้ซื้อรถเต็นท์ แต่เป็นอีกแง่มุมที่เป็นความจริง

“สะดวกสถานที่”
เต็นท์เหมือนห้างสรรพสินค้า ที่เตรียมสินค้าไว้ให้ซื้อได้อย่างสะดวก มีที่ตั้งชัดเจน รู้ตั้งแต่ดูประกาศโฆษณาตามนิตยสารหรือเดินทางผ่านแล้วเห็นว่า สะดวกหรือควรจะแวะไปดูหรือไม่

ในขณะที่การซื้อรถตามบ้าน ไม่ทราบในตอนดูประกาศว่า จะอยู่ไกลจากเราแค่ไหน ต้องเริ่มสอบถามกัน อธิบายเส้นทางกันยืดยาว หลงบ้างรถติดบ้าง หรือไกลสุดกู่ ส่วนใหญ่มักนัดดูที่บ้านก็อาจจะซับซ้อน เดินทางเหนื่อย ไปแล้วก็ไม่ทราบว่าจะถูกใจหรือเปล่า อาจเสียเที่ยวเปล่าก็เป็นได้

“สะดวกเวลา”
เต็นท์เปิดตั้งแต่สายๆ ถึงเกือบย่ำค่ำ เลือกเวลาไปดูรถได้เลยตลอดวัน ถ้าจะซื้อรถบ้านเวลาว่างของผู้ซื้อกับผู้ขายต้องตรงกัน บางคนไม่สะดวกที่จะลางานต้องนัดดูตอนเที่ยง ถ้าคลาดเคลื่อนเวลาก็แย่ ครั้นจะดูตอนเลิกงานก็มืดแล้วมองสภาพต่างๆ ได้ไม่ชัด

“สภาพพร้อมใช้”
แม้ในความเป็นจริงจะเป็นการปรับสภาพแบบขอไปที เน้นให้ดูดีไว้ก่อน แต่ก็ยังดีกว่ารถบ้านที่บางครั้งปล่อยสีถลอก ยังไม่ได้ซ่อม มีโน่นมีนี่เสีย ปล่อยให้ไปซ่อมเอง ก็แล้ว แต่ว่าผู้ซื้อจะชอบแบบใด พร้อมใช้ (แบบพอทน) จากเต็นท์ หรือต้องปรับสภาพเอง (สำหรับรถบ้านบางคัน)

“เงินผ่อนสะดวก”
เต็นท์มีบริการติดต่อไฟแนนซ์ให้อย่างสะดวก จ่ายเงินดาวน์ ทำเอกสารสักชั่วโมง ก็รับรถไปใช้งานก่อน แล้วค่อยนัดวันทำสัญญา และโอนกรรมสิทธิ์รถเข้าไฟแนนซ์

ถ้าซื้อรถบ้าน ต้องติดต่อไฟแนนซ์เอง ยังเอารถมาใช้ไม่ได้จนกว่าผู้ซื้อจะได้เงินครบ (ดาวน์+จากไฟแนนซ์) และผู้ขายไม่ค่อยอยาก ขายแบบเข้าไฟแนนซ์ เพราะได้เงินช้าหลังจากตกลงกันนานเกิน 1 สัปดาห์ และต้องมีช่วงเวลา 2-5 วันหลังจากมีการโอนกรรมสิทธิ์รถแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินจากไฟแนนซ์ ทำให้ใจคอไม่ค่อยดีอีกด้วย รถถูกโอนแล้วแต่ยังได้เงินไม่ครบ

“มีโฆษณามากมาย”
ในหลายนิตยสารสื่อซื้อขายรถมือสองรายสัปดาห์ เล่มละ 30-50 บาท มีโฆษณาสารพัดเต็นท์ให้ดูอย่างจุใจ ทั้งภาพ รายละเอียด ราคา และสถานที่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ทั้งวัน รถบ้านก็มีโฆษณาในนั้นแต่ไม่มาก และมักไม่มีภาพและมีรายละเอียดน้อย

“มีรถให้เลือกมาก”
เต็นท์ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ติดๆ กัน และมีรถหลายคันในแต่ละเต็นท์ บางครั้งตั้งใจไปดูรถคันเดียวโดยเน้นเฉพาะรุ่น แต่พอไม่ได้ซื้อ ก็อาจจะหันไปดูรถรุ่นอื่นในเต็นท์เดียวกัน หรือเต็นท์ใกล้เคียง หากไปดูรถบ้านก็ต้องเจาะจงดูได้แค่คันเดียวเลย

โลกมี 2 ด้านเสมอ ขาวกับดำแม้ในบางเรื่องที่ดูสุดแย่ ก็ยังมีแง่มุมที่ดีอยู่บ้าง