Latest Entries »

วันนี้เป็นวันศุกร์ สุดสัปดาห์ของการทำงานของใครหลายคน และเป็นวันหยุดของอีกใครหลายคนที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน หรือจะกล่าวอีกไหนหนึ่งคือวันปีใหม่จีนนั้นเอง ดังนั้นวันนี้เราจึงมีคติข้อคิดเตือนใจหรือการนำเอาพฤติกรรม การขับรถยนต์ ที่น่าเบื่อของใครหลายคนที่ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน โดยที่ไม่ใช่เรื่องเนื่องในโอกาศวันปีใหม่จีนและวันนี้เป็นวันเที่ยว ลองมาดูกันค่ะ

รูปภาพ

1.พฤติกรรมเมาแล้วขับ แม้ว่าปัจจุบันจะมีการรณรงค์ต่อต้านการเมาแล้วขับอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังสามารถพบเห็นได้อยู่บ่อยๆ เพราะบางครั้งคนขับจะคิดว่าตัวเองแค่รู้สึกมึนๆ แต่ไม่ถึงกับเมา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยิ่ง และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับคนที่เขาไม่รู้เรื่องได้

2.การเปิดไฟฉุกเฉินวิ่งบนทางแยก ผู้ขับขี่ไม่น้อยที่มีเจตนาดีด้วยการเปิดไฟฉุกเฉินก่อนถึงทางแยก เพื่อบอกให้ผู้ร่วมทางรู้ว่า “ฉันจะขับตรงไปนะ!” แต่เจตนาดังกล่าวไม่มีประโยชน์เลยแถมยังก่อให้เกิดความเสี่ยงอีกด้วย เนื่องจากรถทางด้านซ้ายและขวาจะเห็นไฟกระพริบเพียงข้างเดียว ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าผู้ขับจะเลี้ยวซ้ายหรือขวามากกว่าที่จะขับตรงไป ซึ่งโดยปกติหากต้องการขับรถตรงไป ก็ไม่จำเป็นจะต้องเปิดสัญญาณใดๆอยู่แล้ว

3.แทรก/เบียด/ปาดหน้าก่อนถึงทางร่วมทางแยก สิ่งที่พบเห็นได้เสมอๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลารถติดหนัก คือจะมีรถส่วนน้อยที่ไม่อดทนต่อแถวในเลนตามการจราจรปกติ แต่จะใช้วิธีแทรกหรือเบียดหัวแถว บริเวณก่อนถึงทางแยกเล็กน้อย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจพอๆกับแซงคิวซื้อของนั่นแหละ เพราะนอกจากจะเป็นการกีดขวางจราจรเลนอื่นแล้ว ก็จะทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้ากว่าปกติเมื่อได้สัญญาณไฟเขียวอีกด้วย เพราะต้องปล่อยให้คนกลุ่มนี้แซงไปก่อนนั่นเอง

4.ขับรถด้วยความเร็วเกินกฎหมายกำหนด ทางหลวงหลายๆเส้น มักอนุโลมให้ผู้ขับขี่ สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 120 กม./ชม. ซึ่งก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน การขับรถด้วยความเร็วสูงมากๆนั้น จะทำให้มีเวลาตัดสินใจน้อยลงหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา หลายๆประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย มีโฆษณาออกมาเพื่อช่วยรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วอย่างเหมาะสม เพราะการขับรถเร็วถือเป็นปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นอันดับต้นๆ

5.เปิดไฟสูงค้างไว้ การเปิดไฟสูงค้างไว้ ส่วนมากเกิดขึ้นด้วยความไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่งขับรถยนต์ใหม่ๆ ที่ยังใช้อุปกรณ์ภายในรถได้ไม่คล่องแคล่ว ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อรถที่สวนมาอย่างมาก เพราะไฟสูงมีความเข้มของแสงสูง ทำให้สายตาพร่ามัวชั่วขณะได้ เป็นอันตรายต่อผู้ร่วมทางอย่างยิ่ง

6.แซงกระชั้นชิด การแซงกระชั้นชิดไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เป็นพฤติกรรมที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้ ทางที่ดีก่อนแซงควรกะระยะของคันที่สวนมาให้แน่ใจว่ามีระยะทางมากพอให้เร่งแซง ที่สำคัญคือเมื่อแซงพ้นแล้ว ควรรีบกลับไปยังช่องทางเดินที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว แต่อย่าลืมว่าต้องให้รักษาระยะห่างไว้ด้วย

7. ขับรถจี้หลังกระชั้นชิด การขับรถจี้คันหน้าถือเป็นพฤติกรรมที่ก่อความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ และยังถือว่าเป็นมารยาทที่แย่อีกด้วย ทางที่ดีควรเว้นระยะคันหน้าประมาณ 2 วินาที หรืออาจน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพจราจร หรือหากต้องการแซง ก็ควรใช้ไฟสูงขอทางแทนดีกว่า หรือหากไม่หลบก็แซงซ้ายไปเลยเมื่อสภาพจราจรเอื้ออำนวย

8.ขับช้าแต่แช่ขวา พฤติกรรมขับรถแช่ในช่องจราจรด้านขวา ก็เป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้บ่อยขึ้น ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของคนขับก็ตาม เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้เลนขวามีไว้สำหรับการแซงเท่านั้น ซึ่งการขับรถแช่ขวาจะทำให้ผู้ขับขี่ที่ขับเร็วกว่า ต้องแซงขึ้นไปทางด้านซ้ายแทน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้มากกว่า

9. ไม่ใช้สัญญาณไฟเลี้ยว ไฟเลี้ยวเป็นอุปกรณ์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยยามต้องการเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน แต่เดี๋ยวนี้กลับมีผู้ขับขี่จำนวนมากที่เปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก เพราะมักจะทำให้รถคันที่อยู่ในเลนตกใจอยู่บ่อยๆ

10.เปิดไฟตัดหมอกทิ้งไว้ ไฟตัดหมอก เป็นอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยในสภาวะที่มีหมอกลงจัดหรือฝนตกหนัก เพื่อให้รถคันอื่นสามารถเห็นรถของเราได้จากระยะไกล แต่ปัจจุบันกลับมีผู้เปิดใช้ไฟตัดหมอกอย่างพร่ำเพรื่อ แม้ในสภาพอากาศปกติ ซึ่งแสงที่ได้นั้นทำให้รบกวนสายตาผู้ขับขี่คันอื่นเป็นอย่างมาก ยิ่งเมื่อต้องขับตามหลังเป็นเวลานานๆแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เป็นอย่างไรบ้างค่ะกับพฤติกรรมที่น่าเบื่อเหล่านี้ลองอ่านและสำรวจตัวเองว่าเรามีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไหม หรือว่าเราเคยเจอแบบนี้หรือเปล่า บอกตรงสุดๆเลยกับเรื่องจริงที่เลี่ยงไม่ได้10 พฤติกรรมขับรถยอดแย่ที่พบเป็นประจำบนถนน

 

Advertisements

มาแ้ล้วงานแสดงสินค้ายานยนต์ TAPA 2014

รูปภาพ

สวัสดีค่ะวันนี้เราข่าวที่ทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงจัดงานจัดใหญ่งานแสดงสินค้ายานยนต์นานาชาติ เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ที่กำลังจะย่างก้าวมาถึง จะเกิดความร่วมมือของเหล่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ อาเซียนที่ลงนามตกลงความร่วมมือในหลาย ๆ ด้าน และสิ่งที่ถูกตามากที่สุดคือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือที่เราได้ยินกันบ่อยๆว่าAEC

        

งาน TAPA 2014 จะรวบรวมผู้ผลิตชิ้นส่วน อะไหล่ฯลฯเกี่ยวกับยานยนต์ กว่า400บริษัท จากไทยและต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เวียดนาม และจากประเทศอื่น ๆ มากมายโดยจะดันงานนี้ให้ยิ่งใหญ่ในระดับอาเซียนเลยทีเดียว ภายในงานจะพบกับ อะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ ของประดับยนต์,ปิโตรเลียมน้ำมันหล่อลื่น,ของบำรุงรักษายานยนต์,อุปกรณ์และเครื่องจักรหนักสำหรับผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

โดยงานจะจัดขึ้น 28 เมษายน -1 พ.ค. ปี 2014 แบ่งออกเป็น 2 รอบ ได้แก่ วันเจรจาธุรกิจ 28-30 เมษายน และสำหรับบุคลทั่วไปในวัน  1 พฤษภาคม เวลา 10.00-18.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

 

นี้ถือเป็นโอกาดีของเหล่าผู้ประกอบการชาวไทยที่จะได้เข้าไปพบปะและติดต่อทางธุรกิจด้านยานยนต์ และผู้ที่สนใจเรื่องของรถยนต์ ของประดับหรือเครื่องยนต์ก็สามารถเข้าไปเยี่ยมได้เช่นกัน

รูปภาพ

สวัสดีค่ะห่างหายกันไปนานหลายวันเลยนะค่ะสำหรับการหยุดพักผ่อนในช่วงปีใหม่ 2557 นี้ที่ผ่านมาทางเราทีมงาน Unseencar.com ก็มีสาระดีๆเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในวงการยานยนต์ของรถยนต์มาฝาก มีข่าวความเคลื่อนไหวในการขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ให้มีการสนับสนุนการใช้รถยนต์ป้าแดงเพื่อเป็นการสนับสนุนยอดขาย

               

ทางฝ่าย (สศอ.) นายสมชายผู้อำนวยการมีการเปิดเผยว่าทางด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 2557 คาดว่าจะมีการผลิตรถยนต์ประมาย 2.6 ล้านคันเพิ่มขึ้น 3.75 เปอร์เซ็นต์เป็นการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศประมาร 1.3 ล้านคันมีการลดลง 0.69 เปอร์เซ็นต์และการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 15.97 เปอร์เซ็นต์เพราะว่าจากที่รับผลรายงานตลาดรถยนต์เมื่อปี่ที่ผ่านมาปี 2556 ยอดการผลิตรถยนต์นั้นประเทศมีการประสบปัญหาอย่างมาก เนื่องจากเรามีผลกระทบจากโครงการรถยนต์คันแรกอย่างมากและรุนแรง ดังนั้นการขยายตลาดรถยนต์ในปี 2557 นั้นมีเป้าหมายที่ตลาดรถยนต์ต่างประเทศ ซึ่งในขณะนี้สถานการณ์จำหน่ายรถยนต์ในประเทศกำลังมีการซ้ำรอยที่ประเทศญี่ปุ่น ที่เคยมีการใช้มาตรการที่ให้ประชาชนนั้นใช้รถยนต์คันแรก และจากนั้นกำลังของการซื้อรถยนต์เริ่มมีการชะล่อตัวลง แต่เริ่มมีการกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งเนื่องจากสาเหตุใดนั้นยังสรุปไม่ได้ แต่มีการคาดว่าจะมาจากอนิสงค์เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวมาช่วยทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ในญี่ปุ่นฟื้นตัวอีกครั้ง จากที่รายงานข่าวระบุว่า หากต้องการที่จะกระตุ้นยอดขายนั้นอาจจะมีการหานโยบายที่สนับสนุนให้คนที่ใช้รถยนต์มือสองนั้นมามาใช้และสนับสนุนรถยนต์มือหนึ่งแทนที่รถยนต์มือสองชะแล้ว นอกจากนี้อาจจะต้องมีการใช้มาตรการสนับสนุนให้ภาคเอกชน เปิดให้ผู้ที่มีรถยนต์มือสองสามารถเหมารถดังกล่าวไปขายที่ประเทศเพื่อนบ้านได้ โยมีมาตรการจูงใจให้กับเอกชนหรือผู้ขายรถยนต์ เพราะว่ามีการเชื่อว่าตลาดรถยนต์เพื่อนบ้านยังมีการกำลังซื้อรถยนต์มือสอง จากไทยมากอยู่ไม่น้อย

             

 นี้เป็นเพียงการคาดเดานโยบายว่าจะมีการใช้มาตรการเหล่านนั้นที่ได้มีการกล่าวว่าดังข้างต้น เพื่อให้เป็นการกระตุ้นยอดขายรถยนต์ทั้งรถยนต์ที่ใช้แล้ว(รถยนต์มือสอง)และรถยนต์ใหม่ป้ายแดงให้มีการขยายตัวที่ดีขึ้นในปี 2557 นี้อย่างแน่นอน ข่าวนี้ก็เป็นข่าวที่น่าสนใจในต้นปีนี้พุทธศักราชใหม่ 2557 เกาะติดกระแสข่าวกับทีมงาน Unseencar.com 

ท่านใดที่สนใจอยากซื้อรถยนต์ทั้งรถใหม่ป้ายแดงหรือรถยนต์มือสองสามารถคลิกเข้ามาดูได้ที่เว็บไซต์ รถยนต์อันซีนคาร์ดอทคอมจำกัด 

Nissan Juke VS Ford Ecosport

รูปภาพ

 ปัจจุบันการใช้รถยนต์ในชีวิตของผู้คนนั่นต่างกันอย่างแน่นอนอย่างเห็นได้ชัดเจนและโดยเฉพาะคนเมืองมีหลากหลายมากขึ้น ทำให้ความต้องการรถอเนกประสงค์แบบSUV เพื่อตอบสนองชีวิตคนเมืองเกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ต่างก็เตรียมผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแนะนำสู่ตลาด และหนึ่งในผู้สร้างกระแสเห็นจะเป็น Ford Ecosport ที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดไทย แต่งานนี้ต้องเจอคู่แข่ง Nissan Juke ที่ถูกส่งลงมาท้าชนตรงๆ       

 

รูปภาพ

แน่นอนด้วยแนวคิดการพัฒนารถรองรับคนเมือง ขนาดตัวถังและเครื่องยนต์จึงใกล้เคียงกับเก๋งซับคอมแพ็กต์ ทำให้ถูกจัดเป็นรถในกลุ่มซับคอมแพ็กต์เอสยูวี หรือบี-เอสยูวี โดยเห็นได้จากมิติตัวถังของ Ford Ecosport และ Nissan Juke แต่หากเทียบทั้งสองโมเดลในฐานะคู่แข่ง จะเห็นภาพรวมๆว่า Ecosport ใหญ่กว่า จากมิติตัวถังของความยาว และความสูง มีเพียงความกว้างที่เท่ากัน และใกล้เคียงในส่วนของระยะฐานล้อ  ซึ่ง Ford Ecosport จะมาในรูปแบบของเอสยูวีสไตล์ดุดัน ขณะที่ Nissan Juke มาในแบบสปอร์ตครอสโอเวอร์ แต่ด้วยลักษณะการใช้งานอเนกประสงค์เหมือนกัน จึงเรียกเป็นกลุ่มรถSUVตามความเข้าใจกันทั่วไป ดังนั้นด้วยรูปลักษณ์การออกแบบดังกล่าว ทีนี้อยู่ที่คนเมืองล่ะว่าจะต้องการรูปลักษณ์สไตล์ไหนส่วนการออกแบบภายในของ Ford Ecosport คล้ายๆ กับซับคอมแพ็กต์รุ่นเฟียสต้า ขณะที่ Nissan Juke มาในสไตล์สปอร์ตชัดเจน ซึ่งทั้งสองรุ่นต่างติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและบันเทิงมาครบครัน อย่างปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และระบบไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ โดย Ford Ecosportโดดเด่นตามสไตล์ฟอร์ด กับระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC (มีเฉพาะ 2 รุ่นท็อป) ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อพูดคุยโทรศัพท์ หรือฟังเพลง พร้อมจอแสดงผลข้อมูลขนาดใหญ่ ขณะที่ Nissan Juke ไม่น้อยหน้ากับระบบ I-Connect ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงเช่นกัน เชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย และเล่นอินเตอร์เน็ตผ่าน Wifi โดยสามารถตอบสนองทุกความบันเทิงบนหน้าจอสัมผัสแบบพกพาขนาด 7 นิ้ว ให้ครบทุกรุ่น ด้านระบบความปลอดภัยของทั้งสองมาครบ ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยคู่หน้า สัญญาณเตือนถอยหลัง ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) แต่ Ford Ecosportยังเพิ่มระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล(TCS) พร้อมระบบการทรงตัว(ESP) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน(HLA) ซึ่งให้มาครบเกือบทุกรุ่นใน Ford Ecosport

Nissan Juke ทำตลาดทั้งหมด 2 ทางเลือก กับรุ่น 1.6E ราคา 819,000 บาท และรุ่น 1.6V ราคา 858,000 บาท ขณะที่ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต มีตัวเลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย เริ่มจากรุ่น Ambiente MT ราคา 669,000 บาท รุ่น Ambiente AT ราคา 709,000 บาท รุ่น Trend AT ราคา 759,000 บาท และรุ่น Titanium AT ราคา 829,000 บาท โดยลูกค้า 2,500 ท่านแรกที่จองเอคโคสปอร์ต จะได้รับส่วนลด 30,000 บาท หรือเหลือเพียง 639,000 – 799,000 บาท 
ทีนี้เหลือเพียงเรื่องรูปลักษณ์ที่เป็นความชอบของแต่ละบุคคล ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ระบบบริการหลังการขาย เครื่องยนต์และสมรรถนะการขับขี่ ซึ่งขอย้ำตรงนี้ก่อนตัดสินใจซื้อให้ไปลองขับก่อนทั้งสองรุ่น และจากนั้นนำทั้งหมดมาพิจารณาให้รอบด้าน

รูปภาพ

การนำเสนอเรื่องการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถนั้นมีการนำเสนอข้อเท็จจริงเมื่อวันที่15มกราคม2556ที่ผ่านมาเห็นชอบมาตรการทางภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการตามแผนระบบพัฒนาการเงิน ระยะที่ 2 โดยขยายระยะเวลาของมาตรการทางภาษีและค่าธรรมเนียมจากการควบรวมกิจการดังกล่าวต่อไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ดังนั้น เพื่อให้เป็นตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว สมควรกำหนดค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถที่อยู่ในระหว่างการให้ลูกหนี้เช่าซื้อสำหรับสถาบันการเงินที่ควบรวมกิจการ และยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถที่อยู่ในระหว่างการให้ลูกหนี้เช่าซื้อสำหรับสถาบันการเงินที่ควบรวมกิจการ

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง

1. ร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ …) พ.ศ. ….

แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2554 เพื่อกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถจากการควบรวมกิจการของสถาบันการเงินตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 ดังนี้

1.1การโอนทะเบียนรถที่อยู่ในระหว่างการให้ลูกหนี้เช่าซื้อ สำหรับสถาบันการเงินที่ ควบรวมกิจการตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556 ทั้งนี้ เฉพาะสถาบันการเงินที่ควบรวมกิจการภายในปี พ.ศ. 2553 ถึงปี พ.ศ. 2557 และต้องดำเนินการโอนทะเบียนรถที่อยู่ในระหว่างการให้ลูกหนี้เช่าซื้อ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ครั้งละ 50 บาท และ 1.2 การโอนทะเบียนรถนอกจากข้อ 1.1 ครั้งละ 100 บาท

2. ร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถจากการควบรวมกิจการของสถาบันการเงินตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 พ.ศ…..

กำหนดให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถจากการควบรวมกิจการของสถาบันการเงินตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2556 ทั้งนี้ เฉพาะสถาบันการเงินที่ควบรวมกิจการภายในปี พ.ศ. 2553 ถึงปี พ.ศ. 2557 และต้องดำเนินการโอนทะเบียนรถที่อยู่ในระหว่างการให้ลูกหนี้เช่าซื้อให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ความคืบหน้าจะเป็นอย่างไรเรามารอ ติดตามผลว่าการร่างกฎกระทรวงในครั้งนี่นั้นจะเป็นผลหรือไม่