Latest Entries »

ทุกวันนี้การดำรงชีวิตนอกจากปัจจัย๔แล้ว คงต้องยอมรับกันว่า“รถยนต์”เป็น อุปกรณ์จำเป็นในการดำรงชีวิตของคนยุคใหม่ไปเรียบร้อยแล้วอาจเรียกเป็นปัจจัย ที่๕ก็ได้ การประกอบธุรกิจต่างๆยุคนี้มีการแข่งขันกันสูงต้องอาศัยความคล่องตัวและรวด เร็วดังนั้นหากปราศจากซึ่งรถยนต์เป็นพาหนะแล้วความสำเร็จก็คงเป็นไปได้ค่อน ข้างลำบาก

จะว่าไปเจ้า”รถยนต์”นี่เป็นสุดยอดปรารถนาของคนมาทุกยุคทุกสมัย เป็นความใฝ่ฝันที่หลายๆคนมุ่งมั่นไขว่คว้าอยากได้มาเป็นเจ้าของสักคัน “รถยนต์”ยังเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฐานะหรือความสำเร็จของคนๆนั้นได้อีกด้วย ก็ไม่แปลกที่หลายคนต้องสู้ทนกัดฟันกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อจะได้เป็นเจ้าของไว้ เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตสักชิ้นหนึ่ง บางคนหลังจากได้รถยนต์มาเป็นสมบัติแล้วการงานก็เริ่มดีวันดีคืนฐานะความเป็น อยู่ก็ขยับมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ แต่ตรงกันข้ามบางคนหลังจากได้รถยนต์มาได้ไม่นานหนี้สินก็เริ่มพอกพูนขึ้น เรื่อยๆฐานะการเงินก็ย่ำแย่ลงทุกวัน ที่น่าเศร้าคือเดี๋ยวรถเสียต้องซ่อม..เดี๋ยวรถเฉี่ยวชนต้องเคลมบางคนโชคร้าย มากถึงกับบาดเจ็บพิกลพิกาล.หรือเสียชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย..

เรื่องนี้อาจเป็นเพราะไม่ค่อยมีใครคิดถึงหรือให้ความสำคัญกับเรื่อง”โฉลกคน-โฉลกรถ”น้อย เกินไป คิดว่ามันก็คงเหมือนสมบัติชิ้นอื่นๆที่ตัวเองเคยซื้อไว้เป็นเจ้าของเช่น ทีวี,ตู้เย็น,เครื่องเสียง ฯลฯ แต่ความจริงมันหาได้เช่นนั้นไม่ บุราจารย์ได้ให้ความสำคัญเรื่องยานพาหนะไว้นมนานแล้วและยังกล่าวถึงเรื่องสี และฤกษ์ยามไว้ค่อนข้างชัดเจนมาก จากบทนี้ไปผมจะกล่าวถึงเรื่องกว้างๆพอเป็นสังเขปเกี่ยวกับเรื่องของ “วันออกรถ การเลือกสีรถ และการเลือกเลขทะเบียนรถ” ซึ่งเป็นหลักใหญ่ๆให้พอจับยึดให้ได้เสียก่อน

สำหรับ เรื่องฤกษ์ยามมงคลวัน/เวลาถอยรถที่ละเอียดที่ลึกมากกว่านี้ จะต้องนำวัน/เดือน/ปีเกิดของผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ขับขี่มาคำนวณดูจึงจะให้ คำตอบได้

จะไปซื้อรถวันไหนดี?

•ไม่ควรซื้อรถวันอาทิตย์ เพราะมักมีเรื่องเดือดร้อนวุ่นวายใจตามมาเสมอ
•ไม่ควรซื้อรถวันอังคาร,วันเสาร์ เพราะมักมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งหรือเกิดอุบัติเหตุง่าย
•ไม่ควรซื้อรถวันวันพุธ เพราะมักมีปัญหาติดขัดเรื่องเงินทองหรือเรื่องเอกสารสัญญา
•ไม่ควรซื้อรถวันพฤหัสบดี เพราะการงานมักเจออุปสรรคผู้ใหญ่ไม่ค่อยให้การสนับสนุน
• ควรซื้อรถวันจันทร์หรือวันศุกร์ เพราะมักโชคดีหรือจะได้ลาภเสมอๆ(แต่ก็ควรดูวันในกาลโยคเรื่องวันอธิบดี,วันธงชัยประกอบด้วย)

เลขดีประกอบด้วย ๒ , ๔ , ๕ , ๖ และ ๙
เลขเสียที่พึงหลีกเลี่ยง ๑ , ๓ , ๗ , ๘ และ ๐

หลักการเลือกซื้อ-ดูสีรถ
คนเกิดวันอาทิตย์
คนเกิดวันจันทร์
คนเกิดวันอังคาร
คนเกิดวันพุธ(กลางวัน)
คนเกิดวันพฤหัสบดี
คนเกิดวันศุกร์
คนเกิดวันเสาร์
คนเกิดวันพุธ(กลางคืน)
ทิศมงคลทิศต้องห้ามวันถอยรถ

วิธีการเลือกซื้อรถมือสอง

ไม่ สามารถปฏิเสธได้เลยว่ารถยนต์คือสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเพื่อความสะดวกสบายหรือเพื่อการทำธุรกิจ ครั้นจะซื้อรถใหม่ป้ายแดงคันโก้ บางทีมันก็อาจจะไม่สมเหตุสมผลกับทุนทรัพย์เรานัก โดยเฉพาะถ้าเป็นรถคันแรก เราอาจจะใช้อย่างคุ้มค่าสมบุกสมบัน ทนมือทนเท้าสักหน่อย ถ้าจะเป็นรถใหม่ใจมันก็ไม่ถึง อย่ากระนั้นเลยลองมามองหารถใช้แล้วเสียก่อนดีกว่า เอา ล่ะครับเมื่อตกลงปลงใจได้อย่างนี้แล้ว เราจะมีวิธีการดูรถมือสองอย่างไร ถึงจะได้รถดีๆ มาใช้ เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องดูต้องพิจารณาให้อย่างละเอียด ก็มันไม่เสร็จสรรพง่ายดายเหมือนรถใหม่นี่นา นี่เป็นข้อแนะนำในการดูรถมือสอง ข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคในการซื้อรถมือสอง และวิธีตรวจสอบรถแบบที่ท่านสามารถดูเองได้ครับ

1. โครงสร้างของรถ
ก่อน ที่ท่านจะซื้อรถมือสอง ให้ดูสภาพของโครงสร้างภายนอกของตัวรถก่อน จากด้านหน้าไป จรดด้านท้ายรถ สังเกตตามตะเข็บรอยต่อของหลังคา ขอบกระจกหน้า-หลัง จากนั้นเปิดฝากระโปรงหน้าดูที่คานหม้อน้ำทั้งด้านบนและด้านล่าง ขายึดกันชนที่ต่อเชื่อมมาจากแชสซีส์ ดูตะเข็บรอยต่อภายในห้องเครื่อง ให้สังเกตดูว่ามีร่องรอยของความเสียหายหรือไม่ เพราะรถที่ถูกชนอย่างหนักพวกรอยเชื่อมหลังจากซ่อมมาแล้ว มักจะไม่เหมือนกับที่มาจากโรงงาน อันนี้คงต้องใช้การสังเกตดูหลาย ๆ คันมาเปรียบเทียบกัน และรถที่ถูกชนมาหนักพวกนี้เวลาที่ใช้งานไปนาน ๆ มักจะพบปัญหาตามมา และในบางครั้งศูนย์ของรถอาจจะคลาดเคลื่อนมากจนเกินที่จะแก้ไขได้ด้วย แต่ถ้าหากมีร่องรอยบ้างไม่มากนัก ก็แสดงว่ารถคันนี้มีการซ่อมแซมจากการชนมาบ้างแล้ว แต่ไม่หนักหนา หรือถ้าไม่พบเลยก็จะเป็นอันดีที่สุด
การ ดูด้านหลังก็ให้ดูเหมือนด้านหน้า แต่โครงสร้างส่วนหลังนี้มีความสำคัญน้อยกว่าส่วนหน้า ถ้าจะให้เปรียบเทียบโครงสร้างของรถกับโครงสร้าง ของคน ก็คงจะเปรียบได้กับกระดูกที่เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้ร่างกายของเราสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ เช่น ถ้าเขาเกิดอุบัติเหตุขาหัก ก็จะทำให้เดินกะเผลกเสียศูนย์ เดินแล้วไม่ปกติ เป็น ต้น ซึ่งก็เหมือนกับรถยนต์ หากเสียศูนย์ จนไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว เมื่อเบรกอย่างกะทันหันรถก็อาจหมุนได้ หรือขณะขับขี่ผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังรถก็อาจลื่นไถลได้ง่ายแม้จะไม่ได้เบรก ก็ตาม
โครงสร้างของรถยนต์นั้นหลายส่วน สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ และก็มีบางส่วนที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ หรือถ้าจะเปลี่ยนก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากสลับซ้บซ้อนมากจนไม่มีใครนิยมทำกัน อย่างบังโคลนหน้า ฝาประโปรง ประตู สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่แทนได้ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุมา ส่วนแก้มหลังที่ต่อกับเสาหลังรถหรือเฟรมตัวถังกับเสาประตู เป็นชิ้นส่วนที่ไม่นิยม เปลี่ยนกัน ด้วยขั้นตอนความยุ่งยากและความแข็งแรงของส่วนนั้นที่จะลดลงหลังจากทำการซ่อม ไปแล้ว จึงไม่เป็นที่นิยมของอู่จนพอจะเรียกได้ว่าเป็นชิ้นส่วนที่ไม่สามารถเปลี่ยน ได้ จึงควรจะต้องดูที่บริเวณนี้ให้ดี
2. สภาพตัวถังภายนอกและสีรถ
ลำดับ ถัดมาเป็นเรื่องของสภาพตัวถังภายนอก ให้ดูว่าสภาพของสีรอบๆ ตัวรถว่ามีการบวมปูดของสีหรือสีซีดด่าง ผุเป็นสนิม มากน้อยแค่ไหน เพราะการทำสีนั้นแต่ละส่วน แต่ละบริเวณนั้นเช่น บังโคลน ค่าทำสีชิ้นละ2,000-3,000 บาท ถ้าต้องทำสีมากหลาย ๆ จุดคำนวณดูแล้วค่าทำสีจะสูงมาก ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

3. เครื่องยนต์
คราว นี้ก็ว่าด้วยเรื่องเครื่องยนต์กลไกต่างๆ แม้ว่าในปัจจุบันนี้รถญี่ปุ่น จะมีเครื่องใช้แล้วจากญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่ายมากมายและหาง่ายก็ตาม แต่ราคาของเครื่องยนต์ก็เป็นเรือนพันเรือนหมื่น จึงควรตรวจดูอย่างรอบคอบ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินโดยไม่จำเป็น จากนั้นเมื่อสตาร์ทเครื่องแล้ว ให้ดูว่าเครื่องยนต์เดินเรียบหรือไม่และให้ฟังดูว่ามีเสียงอะไรผิดปกติหรือ ไม่ มากน้อยแค่ไหน มีเสียงดังแต็ก..แต็ก ของวาล์วหรือไม่ หรือเสียงดังกั๊ก ๆ ที่เกิดจากแคมชาฟท์หรือเพลาข้อเหวี่ยง สลักลูกสูบหรือไม่ ถ้ามีก็แสดงว่าเครื่องยนต์มีปัญหาใหญ่แน่ ๆ ต่อมาให้ลองฟังดูว่ามีเสียงของลูกปืนไดชาร์จไดสตาร์ทด้วย
จาก การฟังก็มาถึงการใช้วิธีดมกลิ่นที่ท่อไอเสียดูถ้ามีกลิ่นไม่ฉุนมากนักก็แสดง ว่าเผาไหม้ได้ หมด แต่ถ้ามีกลิ่นฉุนรุนแรงหรือมีควันสีดำออกมาเวลาเร่งเครื่องก็แสดงว่าเผาไหม้ ไม่หมดเครื่อง ยนต์ไม่สมบูรณ์ และรถคันนั้นจะกินน้ำมันมากกว่าปกติอีกด้วย หรือถ้าเป็นควันดำสีขาวไหลออก ทางปลายท่อ ยิ่งมีปริมาณมากเท่าไร ก็ยิ่งแสดงว่าเครื่องหลวมมากเท่านั้น

4. ระบบแอร์
ตรวจ สอบแอร์ดูว่ามีเสียงของพัดลมดังผิดปกติหรือไม่เสียงของคอมเพรสเซอร์แอร์ดัง ขึ้นมาไหม ซึ่งทดลองได้ไม่ยากนัก แค่ปิด-เปิดแอร์ แล้วฟังเสียงดู ถ้ามีเสียงดังตอนเปิด และเงียบลงตอนปิด ก็แสดงว่าคอมแอร์เริ่มมีปัญหาแล้วล่ะ

5. ระบบเกียร์
สำหรับระบบเกียร์นั้นมีวิธีการตรวจเช็กแบบง่ายๆ รถจอดอยู่กับที่ก็สามารถตรวจได้ ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติให้ลองเข้าเกียร์ D ดูว่ามีการกระตุกที่รุนแรงไหม โดยใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรกเอาไว้แล้วใช้เท้าขวาเหยียบคันเร่งลงไปเรื่อยๆ ถ้ารอบอยู่ที่ประมาณ 2,000 รอบ/นาที ก็ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้ารอบเลยขึ้นไปถึง 2,500-3,000 รอบขึ้นไป ก็แสดงว่าชุดคลัตช์เริ่มลื่นแล้วซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมนั้นสูงมาก ตั้งแต่ 20,000 บาท ถึงหลักแสนแล้วแต่อาการ
เกียร์ ธรรมก็เช่นกัน ให้ติดเครื่องและเข้าเกียร์หนึ่งโดยใช้เท้าขวาเหยียบเบรกเอาไว้และค่อยๆ ปล่อยคลัตช์ดู ถ้าเครื่องดับแสดงว่าคลัตช์ยังดีอยู่ แต่ถ้าเครื่องยังไม่ดับก็เป็นอันว่าชุดคลัตช์กลับบ้านไปแล้ว

6. สภาพห้องโดยสาร
การตรวจสอบภายในห้องโดยสารให้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าระบบไฟฟ้าทั้งหลาย ระบบไฟสัญญาณต่างๆ บนหน้าปัดขณะที่บิดกุญแจไปยังตำแหน่ง ON สัญญาณเครื่องหมายต่าง ๆบน หน้าปัดจะต้องมีโชว์ขึ้นมาทั้งหมด เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ทติดแล้วไฟต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องดับหมด ซึ่งถ้าดวงไหนยังไม่ดับแสดงว่า ระบบนั้นต้องมีปัญหา เช่น ไฟ ABS ถ้าติดอยู่แสดงว่าระบบ ABS มีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ และอาจจะต้องเสียเงินค่าซ่อมเป็นเงินหลายตังค์แน่ๆ หรือถ้าไฟ AIR BAG ติด อยู่แสดงว่าระบบ ถุงลมนิรภัยมีปัญหาแน่ ส่วนในบางทีถ้าบิดสวิตช์กุญแจแล้วไฟสัญญาณบางดวงไม่โชว์ทั้งที่มีระบบนั้น ก็แสดงว่า มีการถอดหลอดออกเพื่อไม่ให้ไฟโชว์ แบบนี้ให้ระวังให้ดี

และ อีกอย่างสำหรับรถรุ่นใหม่ๆ ก็อย่าลืมตรวจกระจกไฟฟ้า สวิตช์ไฟระบบไฟส่องสว่าง ต่างๆ ว่าทำงานหรือไม่ ระบบเครื่องเสียงยังคงใช้ได้อยู่ไหมไม่ใช่มีไว้แค่ประดับรถให้เจ้าของที่จะ ซื้อเอาไว้ดูเล่น ตรวจเบาะนั่งทุกตัวต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมทั้งดูอุปกรณ์อื่นๆ ประกอบด้วย

เว็บบอล

วันนี้เราจะมาพูดถึงการเล่นพนันฟุตบอล การเล่นพนันฟุตบอลคือ การพนันโดยการทายผลของผลการแข่งขันฟุตบอลที่จะเกิดขึ้น

การพนันฟุตบอลในประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมายเช่นเดียวกับ การพนันประเภทอื่น โดยค่าปรับของการพนันฟุตบอลจะไม่เกิน 1,000 บาท

การพนันฟุตบอลในประเทศไทย ต่างจากการพนันฟุตบอลในอังกฤษอยู่หลายเรื่องเลยครับ ได้แก่
การจ่ายเงินนั้นของอังกฤษจะจ่ายก่อนฟุตบอลเริ่ม ถ้าชนะจะได้ทั้งเงินส่วนแรกและเงินรางวัล สำหรับของไทยนั้นจะจ่ายหลังแข่งทีเดียว โดยถ้าแทงชนะจะได้รับเงินรางวัล ถ้าแพ้ก็ต้องนำเงินมาจ่าย
การพนันฟุตบอลในประเทศไทยเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ในอังกฤษมีการพนันฟุตบอลแบบถูกกฎหมาย
ราคาต่อรอง ของอังกฤษจะนิยมพนันว่าทีมใดจะชนะ หรือเสมอกัน โดยจะแตกต่างกันที่เงินรางวัล เช่น ทีมชาติไทยแข่งกับทีมชาติอิตาลี ไทยชนะแทง 1 จ่าย 21 (รวมต้นทุนด้วย) อิตาลีชนะ แทง 3 จ่าย 4 เสมอ แทง 3 จ่าย 5 เป็นต้น

การแทงบอลแบบออนไลน์เพิ่มความสะดวกมากขึ้น สามารถแทงได้ทั้งก่อนเวลา และระหว่างแข่งขัน บางเว็บไซต์รับแทงถึง 90 นาที หรือก่อนบอลหมดเวลาเพียงเล็กน้อย ความสะดวกและสามารถแทงได้ตลอดเวลานี่เอง ทำให้การแทงบอลมีความแพร่หลายมากขึ้น ราคาต่อรองเราก็สามารถเข้ามาดูที่ทางเว็บที่เปิดรับแทงได้เลย สะดวกปลอดภัยตำรวจไม่จับด้วย เรื่องเงินก็สะดวกง่ายดาย ถ้าเราแทงถูกทางเว็บก็จะโอนเงินให้เราเลย แล้วแต่เราว่าอยากจะถอนเงินออกตอนไหน ในปัจจุบันเว็บบอลได้รับความนิยมอย่างมาก มีผู้เล่นจำนวนมากเข้ามากใช้บริการแทงพนันบอลทางเว็บเอาไม่จะจะเล่นในราคาจำนวนกี่บาทก็ได้แต่ต่ำสุดต้องอยู่ที่50บาท สุดท้ายขอให้เพื่อนๆทุกคนโชคดีในการทายผลขอให้รวยๆกันทุกคน…..

การซื้อ รถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก

การเลือกซื้อ รถยนต์สักคันนั้น จะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา สมรรถนะ ยี่ ห้อ ฯลฯ ที่จะมาเป็นสิ่งกระตุ้นในการเลือกซื้อ แต่หลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อจริง ๆ แล้วมักจะไม่ค่อยตายตัวสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่แล้วจะ อยู่ที่ความพึงพอใจมากกว่า เราจึงนำหลักเกณฑ์ อย่างกว้าง ๆ ในการพิจารณาเลือกซื้อรถซึ่งอาจจะช่วย ในการตัดสินใจของ
ท่านได้ไม่มากก็น้อย

การเลือกซื้อรถใหม่

-คำนึงถึงงบ ประมาณ การประกัน ประโยชน์ ในการใช้งาน เพื่อจะซื้อรถได้คุ้มค่าที่สุด

-ตรวจเช็ค เกี่ยวกับข้อมูลการใช้น้ำมัน เบี้ยประกันการบริหาร อุปกรณ์อะไหล่ และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา

-สำรวจ ยี่ห้อ ราคา แบบ รุ่น จากนิตยสารที่เกี่ยวกับรถแค ตตาล็อกจากร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วไป แล้วนำมาเปรียบ เทียบข้อมูลต่าง ๆ อย่าพึ่งด่วนสรุปตัดสินใจซื้อ

-เลือกซื้อ จากตัวแทนจำหน่ายใหญ่ ๆ ที่น่าเชื่อถือ

-สำรวจ พื้นที่ในการใช้สอยในรถ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

-ตกลงกับผู้ ขายในเรื่องค่าโอนทะเบียนรถและอื่น ๆ ให้เป็นที่เรียบร้อยและพึงพอใจสำหรับตัวท่านเอง

-สิ่งที่ สำคัญที่สุดคือต้องได้ทดสอบขับเสียก่อน อย่าตัดสิน ใจซื้อเมื่อไม่มีโอกาสได้ทดสอบขับ เพราะหากมีอะไร ไม่ถูกใจหรือไม่ชอบจะได้เปลี่ยนรุ่นหรือยี่ห้อได้

-ควรมี เพื่อนหรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรถไปด้วย เมื่อมี การดูรถควรถ่ายรูปรถของคุณไว้อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นภายนอก ภายในเครื่องยนต์ ทะเบียน กันชน ไฟหน้า – หลัง รวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น แอร์ วิทยุเทปและอื่น ๆ เพื่อเตรียมไว้ในกรณีที่ถูกเฉี่ยวชน โดน ขโมย หรือถูก

ส่วนใหญ่ใน การซื้อรถใหม่นั้นไม่ค่อยมะไรยุ่งยากมากเท่าใดเพราะรถจะถูกตรวจสอบมาจากโรง งานและเป็นรถใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ ประสิทธิภาพก็คงดี อยู่มาก ยังไงแล้วเพื่อความแน่นอนควรตรวจสอบให้ดี ก่อนซื้อทุกครั้ง

ทำไมต้องรันอินรถยนต์

เมื่อท่าน ซื้อรถใหม่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือ การ รันอิน และการรันอินนั้นจะต้องทำอย่างถูกวิธี เพื่ออายุการใช้งานของรถยาวนานขึ้น แต่ ถ้าใช้ผิดวิธีการทำงานของรถจะสั้นกว่าปกติ ประสิทธิภาพ ของเครื่องยนต์จะไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งการรันอินนั้น จะแบ่งเป็น 2 ช่วง

ช่วงรันอินที่ 1 ในช่วง 500 กิโลเมตรแรก ควรหาโอกาสขับรถในระยะทางไกล เช่น ไปต่างจังหวัด ขับขี่ด้วยความ เร็วปานกลางและนิ่มนวลพยายามอย่าให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก หลีก เลี่ยงการใช้โช๊ค อัพในการสตาร์ท ควรเปลี่ยนแปลง ความเร็วอย่าใช้อัตราคงที่ ไม่ควรขับด้วยความเร็ว จุดใดจุดหนึ่งเป็นเวลานาน เพื่อให้การสึกหรอของ เครื่องยนต์เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

ช่วงรันอินที่ 2 จาก 500 กิโลเมตรไปจนถึงราว 3,000 กิโลเมตรแรกหนังสือคู่มือ การรัน อินในกิโลเมตรช่วงที่ 2 ( หลัง 500 กิโลเมตรแรกไปแล้วจนถึง 3,000 กิโลเมตร ) ควรขับอย่างนิ่มนวล

การรันอิน คือ การขับขี่ที่อยู่ในระยะทาง ช่วงใดช่วงหนึ่งที่มีการกำหนดโดยบริษัทรถยนต์หรือช่าง

การเลือกรถที่ใช้แล้ว

ในปัจจุบัน ตลาดรถยนต์มือสองกำลังบูมอย่างมาก มีการซื้อขายและ การประมูลไม่เว้นแต่ละวัน เต็นท์ขายรถต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมารองรับการซื้อราวกับดอกเห็ด ทำให้ผู้ ซื้อมีโอกาสในการเลือกซื้อมากขึ้นด้วยสนนราคาที่ถูกกว่ารถใหม่คุณภาพก็พอใช้ ถ้าเลือกกันดี ๆ ซึ่งคนธรรมดาที่มีเงินทองไม่มากนักก็พอที่จะเลือกซื้อมาเป็นของเจ้าของได้ งถึงอุปกรณืชิ้นต่าง ๆ ของรถมือสองกันบ้าง ซึ่งก็บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นรถที่เคยผ่านการใช้งานมา แล้ว ดังนั้นสภาพต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ อุปกรณ์ต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ อุปกรณ์ ต่าง ๆ ก็ต้องมีส่วนลึกหรอบ้าง จะมากบ้างน้อยบ้างก็ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และเจ้าของรถเดิมว่าใช้งาน ถนอมแค่ไหน การรเลือกซื้อรถยนต์ประเภทนี้ต้องคิดมาก ทีเดียวบางครั้งซื้อแล้วต้องมานนั่งซ่อมอีก ซึ่ง เป็นเรื่องไม่คาดคิดมาก่อนเพราะตอนแรกดูสภาพดีแต่เมื่อมาใช้งานจริงแล้ว ปัญหาต่าง ๆ กลับตามมาย เพราะขาดความเข้าใจและไม่ รู้หลักในการเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้ว หรืออาจจะเป็น เพราะถูกหลอกจากคนรู้จัก ท่านจึงควรมีความรู้เกี่ยว กับการเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้วบ้างเผื่อท่านคิดจะมีรถแบบนี้ไว้ใช้สักคัน

ขั้นแรกต้อง ถามตัวเองว่ามีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์ รถยนต์ ขนาดไหน เคยรู้บ้างไหมว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นมีหน้าที่อะไร ทำอะไรได้บ้างถ้าท่านมั่นใจว่า ตัวเองมีประสบการณ์สูงในเรื่องนี้พอที่จะไปดูรถยนต์ด้วยตัวเองและลองขับด้วย ตัวเอง ท่านก็สบายใจได้ในขั้นตอนนี้ แต่ถ้าท่านไม่มีความรู้อะไรเลยขับเป็นอย่างเดียว ใน กรณีนี้ท่านต้องพึ่งช่างหรือผู้มีความคุ้นเคยกับรถมากกว่าท่าน และมีความสนิทกันไว้ใจได้ ให้เขา พาท่านไปดูรถเพื่อความมั่นใจว่าท่านสามารถซื้อรถในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

จำไว้เสมอ ว่าในการเลือกซื้อรถมือสองหรือการตรวจเช็ครถยนต์ต้องเป็นเวลากลางวันเพื่อจะ ได้สามารถมองเห็นข้อบกพร่องได้ง่าย เมื่อท่านถูกใจ และถูกเงินในกระเป๋าแล้ว สิ่งที่ท่านต้องตรวจดูมี ด้วยกัน 3 แห่งคือ โครงตัวถัง, ช่วงล่าง, เครื่องยนต์

โครงตัวถัง

โครงตัวถังนับเป็นส่วนประกอบ ส่วนแรกของรถยนต์ที่ท่านต้องตรวจดูก่อนเป็นอันดับแรก การ ตรวจนั้นจะเริ่มตั้งแต่ ดูแนวรางน้ำขอบหลังคารถยนต์ ถ้าหากว้างหรือคดแสดงว่าเคยคว่ำมาแล้วอาจเสียศูนย์ ทรงตัวไม่ดีเป็นอันตรายมาก ใน ส่วนนี้ต้องพยายามสำรวจให้ทั่วหลังคารถด้วยการมองทั้งทางด้านหน้ารถ – ท้ายรถ พยายามมองให้ดีเพราะส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญถ้าหลังคายุบ หรือคดจะทำให้รถหมุนได้ถ้าวิ่งด้วยความเร็วสูงหรือโดนลมปะทะแรง ๆ แต่ในบางครั้งรถที่เคยคว่ำก็อาจจะทำหลังคามาใหม่ทำให้มอง ม่ออกเหมือนกัน ก้ต้องพิจารณาให้รอบคอบอีกที

-ตรวจรอย สนิมกัดกินผุกร่อน บริเวณบังโคลนหน้า รอบดวง โคมไฟ ทั้ง สองข้าง สนิมเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับรถยนต์ ซึ่งจะลามไปทั่วถรถ้าปล่อยทิ้งไว้ รอย สนิมจะเกิดได้มากที่สุดบริเวณบังโคลนหน้า แต่ในบาง คร้งอาจจะถูกซ่อมมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นต้องตรวจดู ด้วยการเอามือลูบบังโคลนด้านใน ซึ่งในส่วนนี้จะไม่ สามารถปกปิดได้ เพราะจะมีร่องรอยการซ่อมหลงเหลือ อยู่ใช้มือลูบก็พบ ท่านต้องพิจารณาว่าซื้อมาแล้ว ต้องเสียเงินเพิ่มหรือไม่

-ตรวจรอย สนิมบริเวณบังโคลนหลังขอบด้านใน บริเวณนี้ก็เช่น เดียวกันกับบังโคลนหน้า คือ เกิด สนิมได้ง่ายเชนเดียวกัน การตรรวจก็เช่นเดียวกัน ใช้มือลูบด้านใน รอยการซ่อมหรือ ปะผุจะมีเหลืออยู่ให้เห็น

-ตรวจรอบโคม ไฟท้ายทั้ง 2 ข้าง มีรอยสนิมมากน้อยเพียงใดส่วนของไฟท้ยก็เป็นสนิมง่าย ต้องตรวจให้ละเอียดว่ามีรอยสนิมมากน้อย และต้องเสียค่าซ่อมต่าง ๆ มากหรือไม่ ถ้า ซื้อไปแล้วจะคุ้มมั๊ย

-ตรวจดูรอยผุส่วนท้ายรถที่ขอบฝากระ โปรง และที่ติดใกล้กับกันชน ต้อง เปิดฝากระโปรงออกมาแล้วตรวจดู และอย่าลืมดูที่ บริเวณกันชนติดกับกระโปรงรถส่วนท้ายด้วย พยายามตรวจ ดูให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้

-ตรวจรอยผุ บริเวณประตูรถตอนขอบด้านล่าง และที่ตัวถังของพื้น ล่างสุด บริเวณประตูก็จะเกิดสนิมได้ง่ายเช่นเดียว กัน ต้องตรวจดูที่ประตูทุกบานหารอยผุว่ามีมากหรือ น้อย การเปิด – ปิดในส่วนต่าง ๆ ของขอบประตูและกระโปรงหลังทำให้ได้สะดวกหรือไม่

-ตรวจดูใต้ ท้องรถ อาจให้ยกรถขึ้นโดย ใช้ขาตั้งแล้วท่านเข้าไปตรวจดูใต้ท้องรถ แต่อาจใช้ วิธีเปิดพรมยางในรถทั้งหมด แล้วตรวจหาดูรอยผุหรือ ส่วนที่เสียหายต่าง ๆ

-ตรวจดูระบบท่อไอเสีย ให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีรอยแตกหรือสนิมกัด กร่อนจนเกือบจะผุพัง

ช่วงล่าง

ช่วงล่าง ตรงนี้สำคัญมากในการเลือกซื้อรถใช้แล้ว เพราะช่วง ล่างจะส่งผลต่อการขับขี่ ในด้านการทรงตัวขณะเลี้ยว หรือวิ่งด้วยความเร็วสูง ถ้าเครื่องช่วงล่างไม่ดี อาจจะเกิดอุบัติเหตุง่ายเมื่อใช้รถ การตรวจช่วงล่าง จะเริ่มตั้งแต่

-ในการตรวจช่วงล่างต้องยกรถให้สูง ขึ้น เพื่อความสะดวกในการตรวจใต้ท้องรถและสามารถมอง เห็นทุกจุดได้ชัดเจน ท่านควรตรวจใต้ท้องรถด้วยตัว ท่านเองถ้าท่านพอมีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์บ้างโดยให้เริ่มตรวจตั้งแต่ห้อง เกียร์ ช๊อคอัพ แหนบ พวงมาลัย เฟืองท้าย และช่วงลล่างในส่วนอื่น ๆ ถ้ามีสิ่งใดที่สังเกตผิดจากธรรมดา เช่น มีน้ำไหลออกมาจากบางแห่ง มีส่วน หัก บิด งอ แหนบซ้อนกันไม่เป็นระเบียบ ลองตรวจดูว่าการ ใช้งานเป็นเช่นไร แต่ข้อแนะนำว่าการตรวจช่วงล่างขอ ให้เป็นหน้าที่ของช่างที่ชำนาญและท่านแนะคนพามาจะดีกว่า เพราะ ในบางครั้งท่านดูเองอาจจะไม่ทราบเท่ากับช่าง

- เพลากลาง ท่านต้องลองเอามือจับเพลากลางแล้วลองหมุนขยับกลับไปกลับ มาว่ามีระยะหมุนฟรีมากเพียงใด ถ้ามีระยะฟรีมากนั่น แสดงว่าชิ้นส่วนต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนหลวม หรือ หมดอายุการใช้งาน

- ตรวจดูยางทั้ง 5 เส้น ซึ่งหมายถึงยางอะไหล่ด้วย วามีการใช้งานมากน้อยเพียงใด ดอกยางสึกมากหรือน้อย จะต้องซื้อใหม่หรือไม่

- ตรวจระบบ เบรก ด้วยการลองเหยียบเบรกหรือย้ำเบรกดู1เหยียบ เบรกแล้วเบรกจมมิดหายไปแสดงว่าเบรกไม่อยู่ หรือต้อง ย้ำเบรก หลายครั้งจึงจะเบรกอยู่ในส่วนนี้ต้องทดลอง ขับดู

- ตรวจดูเข็มไมล์ว่ารถใช้งานมามากน้อยเพียงใด ตรวจดูการสึกหรอของยางเบรกและคลัตช์เปรียบเทียบกับตัวเลข ซึ่งอาจถูกแก้ไขจำนวนกิโลเมตรที่วิ่งก็ได้

- ตรวจพวง มาลัย ด้วยการหมุนกลับไปกลับมา เพื่อ จะดูช่วงฟรีของพวงมาลัยว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้าช่วง ฟรีมากอาจจะเกิดจากช้นส่วนต่าง ๆ ของระบบบังคับเลี้ยวหลวม ก็ ต้องเสียเงินเพิ่มมากขึ้น ในการซ่อม

เครื่อง ยนต์

เครื่อง ยนต์นับเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ทั่วไป ยิ่งในรถยนต์ ใช้แล้วเครื่องยนต์เป็นสิ่งสำคัญมาก เครื่องยนต์ที่ มีประสิทธิภาพสมบูรณ์จะสามารถลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้มาก และ ยังเป็นการช่วยให้ผู้ใช้รถเกิดความสะดวกสบายมากขึ้นอีก การ ตรวจเครื่องยนต์นั้นจะเริ่มจากฝาครอบลิ้นด้านบน,ปะเก็นฝาสูบ,อ่างน้ำมัน เครื่อง, เพลาข้อเหวี่ยงหน้าเครื่อง, ก๊อกถ่าย น้ำมัน เครื่องซึ่งอยู่ในอ่างและตามท่อต่าง ๆ หม้อกรองน้ำมันเครื่องและอื่น ๆ อีก ฯลฯ

ในส่วนนี้ ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดตามจุดต่าง ๆข้างบนการเช็ดก็เพื่อจะตรวจดูรอยรั่วของส่วนประกอบด้านบนว่าน้ำมันเครื่อง หรือน้ำมันหล่อลื่นไหลซึมออกมาหรือไม่ ควรตรรวจให้ ละเอียดอย่าง ช้า ๆ เพราะเครื่องยนต์เป็นตัวจักรขับเคลื่อนต้องทำงานหนักที่สุดจึงควรสังเกตุได้ ดี เครื่องยนต์ที่ดีไม่ควรจะมีน้ำมันเครื่องหรือ น้ำมันหล่อลื่นไหลออกมา ถ้ามีควรตรวจดูว่าเป็นส่วน ไหนของเครื่องยนต์เป็นส่วนสำคัญหรือไม่ และรั่วมา จากสาเหตุใด เพราะแตกร้าวหรือปะเก็นไม่ดีเพื่อจะได้ คิดราคาค่าซ่อมได้ถูกต้อง

ส่วนที่ ต้องซ่อมต่อมาคือ ตรวจระบบระบายความร้อนของเครื่อง ยนต์อย่างเช่น หม้อน้ำ ตรวจ ดูรอยรั่วต่าง ๆ ข้อต่อที่มีปลอกเหล็กรัดดูว่ามีน้ำรั่วซึมหรือไม่ จุดที่ต้องตรวจดูก็คือ หม้อน้ำ หรือรังผึ้ง ท่อยางต่อเข้าเครื่องยนต์เพื่อถ่ายเท น้ำ ท่อยางด้านล่างที่ต่อเข้ากับตัวปั๊ม มีพัดลมหมุนได้ด้วยสายพาน จะต้อง มีความตึงพอดี ไม่อย่างนั้นแล้วจะระบายความร้อยไม่ ดี

ส่วนต่าง ๆ ที่บอกมาทั้งหมดนี้เป็นการตรวจเช็คสภาพรถยนต์โดยรวมและ ต้องตรวจตราอย่างถ้วนถี่โดยละเอียด ถ้าให้ดีควรให้ ช่างมาตรวจสอบให้ดีจะดีกวาเพื่อความแน่นอน

การ ทดลองขับ

เมื่อตรวจ สอบของเรื่องภายในและภายนอกของรถยนต์ทุกส่วนแล้วคราวนี้ก็คงต้องมาถึงการ ทดลองขับดูเพื่อเป็นการทดลองกำลังของเครื่องยนต์และการทำงานของระบบช่วงล่าง ว่าสามารถทำงานได้ดีมากน้อยแค่ไหน การทดลองขับนั้น จะทำให้ทราบถึงระบบชิ้นส่วนของรถยนต์ ระบบน้ำมัน เชื้อเพลิงและระบบจุดระเบิดว่าสามารถใช้งานได้ดีหริไม่ ซึ่ง ในส่วนนี้ท่านต้องมีความชำนาญในการขับรถยนต์มาก่อน สิ่ง ที่สังเกตในหการทดลองขับรถคือ

- ระบบกัน สะเทือนใช้ได้ดีหรือไม่ การทำงานอยู่ในสภาพใด เมื่อตกหลุมหรือเลี้ยวมีอาการผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีการสะเทือนมากแสดงว่าช๊อคอัพหรือแหนบไม่ดี

- ลองเบรก ห้ามล้อดูว่าใช้งานได้ดีหรือไม่ ระยะทำการเบรกการ เหยียบเบรกมีความสัมพันธ์กันมากมายน้อยเพียงใด ถ้า เหยียบแล้วเบรกจมหายต้องย้ำหลายครั้งแสดงว่าเบรกมีปัญหาต้องตรวจเช็คเบรก

- ระบบส่ง กำลังยังให้แรงดีหรือขัดข้องประการใด เมื่อขณะเร่ง ให้สังเกตุดูว่าเครื่องยนนต์ส่งกำลังมีความแรงขนาอไหน ทัน อกทันใจหรือไม่ การเข้าเกียร์ยากหรือปล่าว

- พวงมาลัย หนักเบาแค่ไหน สาเหตุอาจจะมาจากยางแบน แต่ถ้ายางไม่แบนก็อาจจะมาจากการเสียหายของชิ้นส่วนภายใน อันนี้ต้องตรวจเช็คให้ละเอียด

ถ้าท่าน เป็นผู้ชำนาญในการขับขี่จะสามารถการสังเกตการผิดปกติของรถยนต์ได้ง่ายด้วย ความรู้สึกของท่าน แต่ถ้าท่านไม่เป็นผู้ชำนาญควรให้ ผู้มีความรู้เป็นผู้ช่วยขับแทน

ในการซื้อ รถยนต์ใช้แล้ว ( มือสอง ) สักคันหนึ่ง จะกลายเป็นการเพิ่ม ภาระหรือลดภาระของท่านนั้นขึ้นอยู่กับขั้นตอนต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นโดยที่ท่านเป็นผู้ตัดสินใจเลือกอีกครั้ง ท่าน ควรจะเลือกอย่างใจเย็นไม่ควรใจร้อน ให้ถือคติช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม เพราะถ้าขาดความรอบคอบแล้วท่านอาจจะ ได้รถที่ไม่ดี เมื่อเลือกซื้อรถยนต์ได้แล้วก็อย่า ลืมดูแลรักษาให้ดีมีสภาพพร้อมใช้งานเนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะทำให้รถของท่าน ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและยาวนานตามอายุการใช้งาน

รถมือสอง

ในยุคปัจจุบัน มนุษย์ต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็ว และ ตรงเวลาจึงจำเป็นต้องพึ่งยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือ วันหยุดครอบครัว ก็จำเป็นต้องพึ่งพายานพาหนะ เพราะเป็นสิ่งที่สะดวกสบาย และรวดเร็ว แต่การใช้งานอย่างเดียวก็สามารถทำให้เครื่องยนต์ เกิดการสึกหรอได้ จึงควรหมั่นดูแลรักษาเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจวัดระดับหม้อน้ำ การเติมน้ำปัดน้ำฝน การเช็คน้ำมันเครื่อง หรือแม้กระทั้งเสียงของเครื่องยนต์ เป็นต้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุผิดผลาดในกรณีฉุกเฉิน ระหว่างการเดินทางได้

การเลือกรถมือสองก็เป็นส่วนที่จำเป็นอีกส่วนหนึ่ง คนที่จะซื้อควรหาข้อมูลในส่วนของรถมือสอง ว่าควรตรวจดูในส่วนใดบ้าง เช่น

1. เปิดฝากระโปรงหน้ามาดูคานหน้า คานรถทุกคันจะมีรูกลมบ้าง เหลี่ยมบางแล้วแต่ ถ้ารูเบี้ยว ไม่คมก็แสดงว่ามีโดนมา

2. ป้ายทะเบียนรถยับมีรอยดัด ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเคยโดนมา แผ่น เพส ที่แปะติดคานมา มีรอยยับหรือดัดมาก็เช่นกัน

3. สันด้านข้างตะเข็บความนูนเสมอกันหรือไม่ รอยอ๊าค จากโรงงานกับอู่เคาะพ่นสีก็ต่างกัน

4. สำหรับด้านหลัง ก็เปิดฝากระโปรงดูเช่นกัน ไฟท้ายทั้ง 2 ดวงเสมอเบ้าหรือไม่มีรอยแยกต่อชิ้นเว้นช่องไฟเท่ากันหรือไม่ มีเบี้ยวมีเกยหรือเปล่า คานหลังก็ใช้ลักษณะการสังเกตเหมือนคานหน้าเพียงแต่ต้องลื้อพรมปูท้ายรถออกเพื่อให้เห็นพื้น

5. พื้นรถด้านหลังโดยมากจะเป็นรอน ๆ ก็สังเกตดูว่าเท่ากันหรือเปล่า รถบางคันโดนชนหลังมาช่างเคาะทำดีมากดูแทบไม่ออก แต่กลับมาเสียตอนน้ำเข้าตรงไฟท้าย น้ำเข้าได้แต่ออกไม่ได้ ซึ่งเราควรที่จะต้องเช็คดูด้วยเพราะว่า มีบางคันเศษกระจกหลังยังอยู่ให้เห็น

6. ส่วนด้านข้างก็ต้องเทียบสีดูว่าสีจากโรงงานสีเดิม กับอู่สี สีจะเพี้ยนนิดหน่อยแต่ก็พอมองเห็น ใช้วิธีเคาะ ด้วยหลังมือของเรานี่แหละ เคาะรอบคันรถเลย รถที่ทำสีมาแล้วเสียงจะทึบ ๆ หน่อย ชิ้นที่สีเดิมจะมีเสียงโปร่ง ๆ จะรู้ถึงความต่างอันนี้ไม่ยาก

7. รถที่เคยหงายตะแคงล้อชี้ฟ้า ก็ดูหลังคารถเคาะ ๆ ดู สังเกตขอบคิ้วกระจกหน้าหลัง เหมือนกันหรือเปล่ามีรอยแตกของสีโป๊วหรือไม่ หลังคาสีสดสวยกว่าประตูข้างหรือเปล่า ส่วนวิธีการดูเครื่อง ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ถ้าเครื่องมีปัญหา หรือ หลวม เสียงดัง ไม่นิ่งรอบสูงบ้างต่ำบ้าง เวลาเครื่องร้อนเรา ก็ดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมา จะมีควันพุ่งออกมา หรือ น้ำมันเครื่องจะกระเซ็นกระสายเป็นละอองออกมาเอามือไปอัง ๆ ดูก็ได้ เกียร์ ชุดส่งกำลัง คลัชต์ ถ้าเข้าเกียร์ ออกตัวแล้วสั่น แหงก ๆ กระตุก ๆ เข้าเกียร์ก็ยาก นั่นแหละมีปัญหา วิ่งๆ ไปมีเสียงประสาน หอนแหวกอากาศมาเข้าหูเรา เวลาเข้าเกียร์ว่าง รถจอดนิ่งๆ ไม่ดังก็นั่นแหละคือเกียร์รถไปแล้ว เกียร์ออโต้ ก่อนเข้าเกียร์เหยียบเบรคคาไว้ เข้าเกียร์ตำแหน่ง D ไม่กระตุกกระชากก็พอได้เปราะหนึ่ง เข้าตำแหน่งเดิม N แล้วไป Rไม่มีอาการอะไรก็แสดงว่าผ่านไปได้แล้ว มาลองวิ่งดูว่าเกียร์ทำงานทุกเกียร์หรือเปล่า ออกตัวก็เช่นกันออกตัวดีหรือเปล่า ถ้าต้องรอสักพักถึงเคลื่อนตัวได้แสดงว่ามันจะแย่อยู่นะ หลังติดเครื่องติดใหม่ๆ ยังไม่ต้องให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก จนกว่าเครื่องยนต์จะร้อนถึงอุณหภูมิใช้งานได้แล้ว เมื่อติดเครื่องยนต์แล้วควรปล่อยทิ้งไว้เพื่อที่จะอุ่นเครื่อง รอสักครู่หนึ่ง ครู่หนึ่งที่ว่านี้มีชี้แนะกันมาก ตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนกระทั่งนานเป็นนาทีเป็นนาที เพื่อน้ำมันเครื่องได้ไหลเวียนกระจายไปหล่อลื่นส่วนประกอบต่างๆได้ทั่วถึงหลังจากนั้นก็ออกตัวได้แล้ว แต่หากเป็นสถานที่ที่มีภูมิอากาศเย็นก็จำต้องทิ้งไว้นานกว่านี้พอให้ตอนออกตัวน้ำมันเครื่องไม่ข้นเหนียวจนเกินดี ออกตัวอย่างละมุนละม่อม การดูกรใช้น้ำมันเครื่อง ก็ควรที่จะใช้เกรดน้ำมันเครื่องให้ตรงตามที่ผู้ผลิตระบุ น้ำมันเครื่องที่มีความข้นมากหรือน้อยเกินไป จะทำให้ความสามารถการหล่อลื่นโดยรวมเบาลง ควรที่จะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองตามจำนวนทางหรือช่วงเวลา (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ตามที่ผู้ประกอบการระบุไว้ น้ำมันเครื่องเก่าเกินไปทำให้อายุใช้งานมีสรรพคุณของการหล่อลื่นต่ำ ซึ่งกากโลหะที่สึกกร่อนโดยหลงเหลืออยู่ในน้ำมันเครื่องจะเป็นตัวกระตุ้นการผุพังของส่วนประกอบต่างๆ

คำแนะนำดังกล่าว จะมีผลให้อัตราการหล่อของเครื่องยนต์รถมือสองเป็นไปอย่างช้าๆ เครื่องยนต์จะมีอายุการใช้งานยาวนานและจะช่วยประหยัดค่าซ่อมบำรุงหรือค่าบำรุงในระยะยาวแต่ถึงอย่างไรสำหรับท่านที่มีเวลาน้อยจำเป็นจะต้องรีบเร่งอยู่เสมอไป หรือไม่ก็ท่านที่ใช้รถเพียงประเดี๋ยวเดียวก็เปลี่ยนซื้อใหม่

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.